The Housemaid
Freda McFadden
Thriller · Fiction
เรื่องราวของมิลลี ที่ไม่รู้ว่าโชคดีรึโชคร้ายที่ได้ไปทำงานกับบ้านคนรวย ที่มีแอนดรูวผู้เเสนดี เเละ นีน่าจอมวีน
Baannakarn · Reader to Reader
พื้นที่ส่งต่อหนังสือดีๆ จากนักอ่านสู่นักอ่าน
Freda McFadden
Thriller · Fiction
เรื่องราวของมิลลี ที่ไม่รู้ว่าโชคดีรึโชคร้ายที่ได้ไปทำงานกับบ้านคนรวย ที่มีแอนดรูวผู้เเสนดี เเละ นีน่าจอมวีน
อ่านจากเว็บ Jinovel และก็มีขายใน MEB ด้วย นางเอกที่เป็นสาวอวบจากยุคปัจจุบันกลิ้งตกเขาไปโผล่กลางป่าในยุคโบราณ ได้ใช้ทักษะการทำอาหารเพื่อเอาตัวรอดและช่วยชีวิตพระเอกที่บังเอิญเจอ ตอนยาวสุด ๆ แต่สนุกไม่แผ่ว สนุกกว่าที่คาดไว้มาก
ตงเทียนเตอะหลิ่วเยี่ย · แปลโดย Ink Stone
Fiction · Romance
นางเอกย้อนเวลากลับมาเพื่อเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตในชาติก่อน หลีกเลี่ยงทั้งสามีคนแรกและสามีคนที่สองก็คือพระเอก ชิงไหวชิงพริบสนุกมาก
สีเจวี้ยน (Xi Juan)
Fiction · Romance
นางเอกถูกรับตัวเข้าวังและกลายเป็นพระชายาเอก โดยพยายามไม่ทำตัวเป็นจุดสนใจ พระเอกกลับรู้สึกสนใจพระชายาที่เพิ่งเข้าวังมา เหมาะสำหรับคนที่อยากอ่านนิยายแนววังหลวงแต่อยากอ่านแบบไม่ยาวมาก
Meng Xi Shi · แปลโดย ห้องสมุด
Fiction · Romance
นิยายแนววงการบันเทิง นางเอกเป็นท่านหญิงที่ทะลุมิติจากยุคพันปีก่อนมาเป็นนักแสดงตัวประกอบ เรื่องนี้สนุกมาก นางเอกมีเสน่ห์ของคนยุคนั้น
ขวงซั่งจยาขวง · แปลโดย ถังเจวียน
Fiction · Romance
นางเอกกลับมาเกิดใหม่ เริ่มแรกสร้างตัวด้วยการเปิดร้านอาหารเจจนมีชื่อเสียง มีทั้งตัวร้ายอีกคนที่ได้กลับมาเกิดใหม่ด้วย และพระเอกที่เป็นอ๋องคอยตามตื้อนางเอก
ขวงซั่งจยาขวง · แปลโดย ลู่เผิ่งฮวา
Fiction · Romance
สนุกทุกเล่ม นางเอกถูกทำร้ายทำให้ความจำเสื่อมและเข้าใจผิดว่าพระเอกเป็นสามี พระเอกมีความจำเป็นเลยสวมรอย ทั้งคู่เลยค่อย ๆ เกิดความรักขึ้น
ธารธารา
Fiction · Romance
นิยายจีนที่คนไทยแต่ง สไตล์วังหลัง นางเอกเข้าวัง ฟีลสูตรสำเร็จฮ่องเต้กับสนม นางเอกเก่งแต่เป็นคนตลก ๆ พระเอกนางเอกทันกัน
มู่ชู่ · แปลโดย ห้องสมุด
Fiction · Romance
ชาติก่อนนางเอกเป็นแม่สามี ความสัมพันธ์กับพระเอกไม่ดี ได้ย้อนกลับมาแก้ไขอดีต ทั้งเรื่องของตัวเองและจัดการกับสะใภ้ใหญ่ในชาติก่อน
寒女 / หานหนี่ว์
Fiction · Drama
นิยายจีนที่คนไทยแต่ง นางเอกแก้แค้นสะใจสุด ๆ มีเนื้อหาชาติก่อน ๆ ของนางเอกที่เป็นปมของนิยาย นางเอกน่าสงสารมาก
กันฝู
Fiction · Romance
นิยายจีนที่คนไทยแต่ง นางเอกมีเสน่ห์ เนื้อเรื่องตลกดี อ่านแล้วขำ เพลินทั้งเรื่อง
宝妆成 (เป่าจวงเฉิง) · แปลโดย กชวรรณ แสงประทีป
Fiction · Romance
2,359 ตอน อ่านจากเว็บ jinovel และมีแบบ E-book ใน MEB ยกให้เป็นนิยายยุค 80 ที่สนุกที่สุดจากที่เคยอ่านมา ชูเรื่องด้วยความขยันความเก่งของนางเอกแต่ไม่เติมเทพจนเว่อร์ มีทั้งการสอบเข้าเกาเข่า หนทางการหาเงินที่เริ่มจาก 0 จนกลายเป็นชีวิตที่ใคร ๆ อิจฉา เหมาะสำหรับคนที่ชอบอ่านนิยายแนวนางเอกเก่ง ๆ และรวยแบบพึ่งพาตัวเอง
จย๋งจย่งโหย่วเยา · แปลโดย Ink Stone
นางเอกอยู่ในวงการบันเทิง เก่งการต่อสู้ พระเอกดูเย็นชาเข้าถึงยาก มีความน่ารักของเด็กในเรื่องด้วย เป็นนิยายเรื่องยาวที่อ่านแล้วไม่มีจุดเบื่อ
มนต์มิถุนา
Fiction · Romance
พระเอกเป็นแม่ทัพ นางเอกเป็นฮูหยินที่ได้สมรสพระราชทาน เป็นคนนิ่ง ๆ สุขุม แต่ปิดบังความสามารถเอาไว้ ทำให้พระเอกค่อย ๆ ตกหลุมรักภายหลัง
นาวาร้อยกวี
Classic · Fantasy · Romance
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อแต่ตอนนั้นซื้อสองเล่มลด 20% ในร้านนายอินทร แล้วเราก็เผลอไปสะดุดตากับสเปรย์เอจ ก็เลยลองหยิบขึ้นมาดูแล้วก็เอาไปจ่ายเงินเลยก็เคยเห็นอยู่บ้างเกี่ยวกับรีวิวซึ่งเราคิดว่าเป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การอ่านส่วนตัวเราเป็นคนที่ไม่ชอบรามเกียรติ์เลยหลังจากอ่านจบแล้วเรากลายเป็นคนที่ชอบรามเกียรติ์มากๆ ไก่บ้านเราได้มองมุมมองกรุงลงกาในอีกแบบนึง เราจะอ่านจบมันทำให้เราจะอ่านจบมันทำให้เราอยากไปดูโขนอยากไปศึกษาเกี่ยวกับรามเกียรติ์ไทยเราดีใจมากที่ได้อ่านเรื่องนี้ซึ่งมันทำให้เราได้เปิดโลกมากๆ แต่ด้วยความที่เราไม่ชอบรามเกียรติ์มาก่อนช่วงแรกๆเรารู้สึกว่าน่าเบื่อแล้วตามด พ่อเขี้ยวมะลิที่ค่าตัวแพงมากออกมาช้ามาก แต่โดยรวมแต่งกวีเลิศมากเลยทำให้รู้สึกว่าไม่เสียเวลาอ่านเลย
ณกาาณฑ์
Fiction · Romance
เป็นเรื่องแรกที่ทำให้เป็นเรื่องแรกที่ทำให้ซื้อหนังสือมาอ่านเริ่มจากการอ่านในแอปก่อนซึ่งอ่านแล้วติดมาก เลยคิดแล้วคิดอีกว่าจะซื้อดีไหมแล้วก็ประจวบเหมาะตรงที่มีงานหนังสือพอดีก็เลยตั้งใจจะไปซื้อหนังสือแต่ได้หนังสือเล่มอื่นแทนที่จะได้เล่มนี้ ก็เลยมาซื้อทีหลังโดยรวมแล้วสนุกมากๆอ่านได้เพลินเพลินไม่มีอะไรให้เครียดขนาดนั้นพระเอกนิสัยเลิศ อ่านได้เพลินเพลินไม่เน้นคาดหวังมากนะคะ แต่ส่วนตัวก็ชอบเป็นชีวิตที่สงบดีถ้าตัดนางร้าย ออก
AsSlyasFox
Fiction · Romance
ซื้อจากใน MEB นานแล้ว เกี่ยวกับเรื่องในมหาวิทยาลัย รับน้องในคณะวิศวะ ฟีลตลก ๆ นางเอกน่ารัก มีความเก่ง มีเสน่ห์
ว. ณ ประมวลมารค
Fiction · Romance · Young Adult
เรื่องราวความรักระหว่าง เขา กับ เธอ ที่ถูกเล่าผ่านปาก ไม่ใช่สิ…ผ่านปลายปากกาของ พุดเดิ้ลสุดน่ารัก กับ บอกเซอร์ตัวแสบ ที่แม้เจ้าของจะต่างฝ่ายต่างเข้าใจผิดกันจนไม่มีเรื่องให้พูดคุยกันแล้ว แต่เจ้าหมาสองตัวกลับเป็นเพื่อนรักที่มีเรื่องเล่าสู่กันฟังมากมายซะนี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทั้งคู่ต่างชอบนินทาเจ้าของที่สุด! แล้วหมาเพื่อนซี้จะทำให้คนสองคนมารักกันได้ยังไง? เรื่องนี้คงต้องลองอ่านดูเองแล้วล่ะ 🤭 เป็นหนังสือที่อ่านสนุก เพลิน ๆ อ่านได้เรื่อย ๆ สำนวนอาจจะโบราณหน่อย แต่เนื้อเรื่องไม่เก่า อ่านแล้วนั่งยิ้มคนเดียวจนคนข้าง ๆ หันมามอง
อรัณย์ • ARUNNE
Fiction · Romance
ตอนนี้ยังมีเล่มเดียวแต่สนุกมาก ไม่ค่อยเห็นนิยายที่คนไทยแต่งเกี่ยวกับวงการบันเทิงแล้วสนุกขนาดนี้ นางเอกเริ่มเป็นที่รู้จักจากการแสดงแบบเริ่มจาก 0 จิตใจดี ซื่อ ๆ สอดแทรกกระบวนการทำงานของเบื้องหน้าเบื้องหลังด้วย
นิวนิวมี่ · แปลโดย Ink Stone
Fiction · Romance · Drama
เรื่องยาว E-book 1,560 ตอน นางเอกเป็นจิตแพทย์ เรื่องราวเริ่มตั้งแต่นางเอกเข้ามหาวิทยาลัย เก่งแต่มีปม พระเอกเป็นทหาร เน้นอาชีพนางเอก มีผู้ป่วยหลายเคส แนะนำสำหรับคนที่ชอบอ่านนิยายเกี่ยวกับแพทย์
Freida McFadden · แปลโดย ธาม โสธรประภากร
Fiction · Thriller
เคยสงสัย the housmaid มันเจ๋งขนาดไหนกันวะ จนได้ซื้อ the inmate มาลองอ่าน นั่นคือหนังสือของ freida เล่มเเรกที่ได้อ่าน อ่านจบ ก็ไปจัดอีเล่มนี้มาล่ะ never lie คิดในหัวว่า ถ้าเล่มนี้มันเจ๋ง ฉันซะซื้อ housemaid สรุป อ่านรวดเดียวจบ เนื้อเรื่องซับซ้อน มีจุดหักมุมที่น่าตกใจใน 5 บทสุดท้าย เป็นเรื่องราวของ อีธาน เเละ ทริเซีย คู่รักที่กำลังหาบ้านใหม่ เเล้วไปติดอยู่บ้านหลังหนึ่งกลางพายุหิมะที่เจ้าของบ้านเป็นหมอจิตชื่อดังหายสาบสูญไป 3 ปี โดยไร้ร่องรอย มีการเปิดเผยเรื่องที่ชวนตะลึงอยู่หลายช็อต เล่าเรื่องผ่านมุมมองของ ทริเซีย ในปัจจุบัน เเละ อดีตในมุมมองของหมอเอเดรียนน์เมื่อ 3 ปีก่อน รวมถึงเทปบันทึกการบำบัดของหมอเอเดรียนน์กับคนไข้ต่าง เเละมาบรรจบกันเอาตอนบทท้ายๆ หักมุมจนอยากจะเขวี้ยงทิ้ง เเละ สุดท้าย housemaid ต้องมาละ
ฮิงาชิโนะ เคโงะ · แปลโดย สุรีรัตน์ งามสง่าพงษ์
Fiction · Mystery
8 เรื่องสั้นแนวสืบสวน ปริศนาตัวอักษร - ปริศนาแบบที่ไม่ใช่นิฮนจินก็ลำบากหน่อย (หรือนิฮนจินก็อาจจะลำบากอยู่ดีนะ 55) เรโกะ - ไม่ได้พีคมาก พอเดาได้ แม่มดฟื้นคืนชีพ - เจ๋ง ขนาดที่มีแวบนึงคิดว่า 'ทำได้จริงเหรอ' ก็ยังถูกพายุอารมณ์ที่ตัวละครโหมชักนำให้ลืมความจริงนี้ไปได้พักนึง ชอบความฉลาดและตลกร้ายของแผนแก้แค้น ลาก่อน Daddy - เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ยกให้เรื่องนี้คือที่สุดของเล่ม ไม่เห็นต่างค่ะ เป็นตอนพิเศษของเรื่อง 'ความลับ' ที่คนเคยอ่านหรือไม่เคยอ่านความลับมาก่อนก็อ่านได้ คนที่เคยอ่านความลับมานานจนรายละเอียดเลือนรางแบบเราก็ได้ (อ่านความลับเมื่อ 17 ปีที่แล้วค่ะ 555) เป็นการปิดจบเรื่องที่ดีที่สุด สมเหตุสมผลที่สุด เศร้าและสุขที่สุดด้วยค่ะ นักสืบใหญ่ปลดระวาง - สืบสวนตลกร้าย ที่ทำให้เหล่าผู้เคยอยากเป็นนักสืบต้องหน้าสั่นกันบ้าง อ่านสืบสวนคลาสสิกก็เพราะสนใจไขปริศนา Whodunit Howdunit Whydunit พออ.เคโงะเขียนแบบชี้โพรงว่านักสืบที่ปูมาอย่างเท่ ทำไมต้องพูดแบบนี้ฟ่ะ ก็คือขำพรวดเลยค่ะ นักสืบที่สักแต่จะแถลงไขความจริงออกมาโดยไม่สนใจผู้ฟัง ก็กลายเป็นพวกออร่าฟาร์มมิ่งจากความทุกข์ของผู้อื่นได้นะ ผู้หญิงและเสือ - ไม่อยากบอกแต่เดาได้ตั้งแต่แรกเลย ทำไมกัน เราจิตใจพ่อบ้านเหรอ อยากเพียงหลับไหล ไม่ได้อยากตายซักหน่อย - ค่อนข้างเพลนๆค่ะ ไม่หวือหวา สัญญาปีที่ 20 - ก็เดาได้ไม่อยากเช่นกัน จบแบบเรียบๆแต่ถือว่าอบอุ่นใจดีค่ะ
อุเก็ตสึ · แปลโดย ฉัตรขวัญ อดิศัย
Mystery
เราเพิ่งมาเข้าวงการสืบสวนสอบสวนได้ไม่นาน พอไปเห็นคนแนะนำเรื่องนี้กันเยอะ เลยไปลองซื้อตามคนแนะนำ พออ่านจบแล้ว บอกได้เลยว่า สนุกมากกกก ยกให้เป็นนิยายสืบสวนสอบสวน ที่อ่านง่ายและอ่านได้เพลินสุดๆ เล่มไม่หนามาก จุดเด่นของเรื่องนี้คือการนำภาพวาดมาไขคดี แต่ว่า ยิ่งอ่านยิ่งดาร์ค ยิ่งพีค โคตรจะหักมุม เล่มนี้เหมาะสำหรับใครที่หาหนังสือระทึกขวัญ หรือสืบสวนสอบสวนอ่านง่าย ๆ เราแนะนำเรื่องนี้เลย 10/10
แก้วเก้า
พระเอก นางเอก จะไม่ประสบภัยใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าด้วยกาย วาจา ใจ ไม่มีแม้แต่รอยยุงกัด... พระเอก นางเอก จะมีความสุข สดชื่น สมหวังตลอดไป เหมือนเขียนอวยพรในสมุดอวยพรแต่งงาน เริ่มตั้งแต่บทแรกจนบทจบ นิยายนิรภัย เป็นนวนิยายขนาดสั้นเรื่องพิเศษที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาโต้ตอบระหว่างนักเขียนและแฟนคลับบนกระดานข่าวออนไลน์ (เว็บบอร์ดสำนักพิมพ์เพื่อนดี) หลังจากที่ผู้อ่านเคยรวมตัวกัน “ถล่ม” และต่อว่าต่อขานผู้เขียนอย่างหนักหน่วงจากปมความรวดร้าวของตัวละครในเรื่อง ปลายเทียน จนกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของการท้าทายเขียนนิยายทดลองภายใต้กรอบ “ความปลอดภัย 100%” สำหรับตัวละครเอก เรื่องราวและเนื้อหาในหนังสือ จุดเด่นของ นิยายนิรภัย อยู่ที่ “กฎเหล็กและระเบียบการแต่ง” 5 ข้อที่ผู้เขียนประกาศไว้ล่วงหน้าและยึดถืออย่างเคร่งครัดตลอด 10 ตอนจบ ได้แก่: 1. พระเอก นางเอก จะไม่ประสบภัยใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าด้วยกาย วาจา ใจ ไม่มีแม้แต่รอยยุงกัด 2. พระเอก นางเอก จะมีความสุข สดชื่น สมหวังตลอดไป เหมือนเขียนอวยพรในสมุดอวยพรแต่งงาน เริ่มตั้งแต่บทแรกจนบทจบ 3. พระเอก นางเอก ไม่ทำผิดทำพลาด ไม่มีข้อบกพร่องเสียหาย แม้แต่ข้ามถนน ก็ย่อมใช้สะพานลอยหรือทางม้าลาย เป็นพลเมืองดี 100% 4. เรื่องจะเป็นไปตามความคาดหมาย คือคาดว่าใครจะรักกับใคร ก็ต้องเป็นยังงั้น ใครจะแต่งกับใคร จะไปเที่ยวกันที่ไหน จะบอกรักกันยังไง ต้องเป็นไปตามที่ผู้อ่านคิดเอาไว้ในใจล่วงหน้า 5. ถ้ามีความชั่วร้าย เลวทราม คดโกง คอรัปชั่น กลอุบายกลั่นแกล้ง และผิดศิลธรรมในเรื่อง จะเกิดจากตัวร้ายตัวโกงฝ่ายเดียว กระทำความเลวได้ไม่จำกัด แต่จำกัดให้ทำกันในหมู่พวกเดียวกัน ทำตัวประกอบได้บ้าง (เล็กน้อย) แต่พระเอกนางเอกจะไม่ได้รับผลใดๆ เรื่องราวจำลองภาพนางเอกผู้เพียบพร้อม สวย รวย และเก่งกาจ กับพระเอกหนุ่มราชนิกูลผู้พ่วงท้ายด้วยโปรไฟล์สุดสมบูรณ์แบบ ทำงานสารพัดตำแหน่งจนแทบต้องทำนามบัตรยาวเป็นฟุต เนื้อเรื่องดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ปราศจากอุปสรรคบีบคั้นหัวใจ ทว่าเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขันและการเสียดสีขนบธรรมเนียมของนิยายน้ำเน่าแบบตรงไปตรงมา ความเห็นหลังอ่าน หนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีความโดดเด่นแค่ตัวเนื้อหานิยายขนาดสั้นเท่านั้น แต่เสน่ห์ที่แท้จริงคือการที่สำนักพิมพ์ได้รวบรวม กระทู้ ความเห็น และเสียงสะท้อนของผู้อ่านในยุคอินเทอร์เน็ตยุคบุกเบิก มาตีพิมพ์ควบคู่ไปกับแต่ละตอน ทำให้เราได้เห็นบรรยากาศการปฏิสัมพันธ์อันมีชีวิตชีวา ระหว่างครูนักเขียนกับบรรดา "นักอ่านออนไลน์" ที่ช่วยกันออกความเห็น เสนอแนะ และปะทะคารมกันอย่างออกรส สำหรับผู้ที่ทันยุคสมัยหรือคุ้นเคยกับการพูดคุยในเว็บบอร์ดของอาจารย์วินิตา จะอ่านเล่มนี้ได้อย่างสนุกสนานและขำขันกับมุกแซวต่าง ๆ ที่ซ่อนอยู่ เป็นบันทึกหน้าประวัติศาสตร์วงการวรรณกรรมไทยในยุคที่โลกอินเทอร์เน็ตเริ่มเข้ามาเชื่อมโยงนักเขียนและนักอ่านเข้าหากันได้อย่างน่ารักและสร้างสรรค์ครับ สำนักพิมพ์: เพื่อนดี ฉบับที่อ่าน: พิมพ์ครั้งแรก ธันวาคม พ.ศ. 2544 ราคา: 140 บาท วันที่ซื้อ: 26 ธันวาคม 2544
รมณ กมลนาวิน
Short Story
คืออ่านจบแล้ว...ชอบอ่ะะ เอาตามตรงผมเป็นคนสมาธิสั้น เป็นนักเขียนที่จิตไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เป็นนักอ่านที่ไม่มีศักยภาพพอที่จะตั้งจิตอยู่กับตัวอักษรได้นาน ตอนอ่านเล่มนี้...มีบางบรรทัดที่อ่านแล้ว เด็กสมาธิสั้นมีแอบวอกแวกบ้าง แต่พออ่านไปๆ นักเขียนกลับตบหน้านักอ่านให้อ่านต่อ แล้วเอาปากกาทิ่มๆๆ ตรงหัวใจ จนจุกอก หลายเรื่องที่ทำให้จุกอก เมียพม่าแล้วหนึ่ง ... กอดพระจันทร์แล้วสอง ... **และอีกอย่างที่สัมผัสได้ เรื่องราวดูคล้ายจะเกิดในชุมชมเดียวกัน ซึ่งโคตรจะคม .. ไปหาอ่านมาซะ
อุรุดา โควินท์
Fiction
คือแบบ มันคือดีอ่ะ ไม่รู้จะพูดอะไรละ มันดี ดี และดี ช่วงช็อตเศร้าก็เศร้าแบบเศร้าเกิน ช่วงช็อตหวานก็แบบ แหมมม...หวานเกิน ซึ่งพออ่านจบฉันอาจสามารถนิยามตัวเองได้อย่างสนิทใจเลยว่า ฉันคงเป็นผู้ชายที่คล้ายกับตัวละครในนวนิยายเรื่องนี้แหละ
สุเจน กรรพฤทธิ์
History
“สงครามสมัยพระนเรศวรเป็นสงครามระหว่าง ‘กษัตริย์กับกษัตริย์’ หรือ ‘อาณาจักรอยุธยากับอาณาจักรหงสาวดี’ ไม่ใช่สงครามระหว่าง ‘ชาติไทย’ กับ ‘ชาติพม่า’” — ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ จากวังจันทร์สู่เวียงแหง ตามรอยนเรศวรมหาราช เป็นหนังสือสารคดีประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความตื่นตัวของสังคมไทย จากภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์เรื่องดัง ซึ่งกระตุ้นให้ผู้คนหันมาสนใจเรื่องราวของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หนังสือเล่มนี้จึงทำหน้าที่พาผู้อ่านก้าวข้ามกรอบประวัติศาสตร์แบบเดิม ๆ ไปสำรวจแง่มุมทางประวัติศาสตร์ผ่านการค้นคว้าและลงพื้นที่จริง เนื้อหาและเรื่องราวในหนังสือ หนังสือเล่มนี้เขียนโดย สุเจน กรรพฤทธิ์ โดยใช้แนวทางการเล่าเรื่องแบบสารคดีเชิงวิเคราะห์ ผสมผสานระหว่างการศึกษาหลักฐานจากพงศาวดารหลายฝ่าย (รวมถึงหลักฐานฝั่งพม่าและมุมมองจากนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ) กับการเดินทางลงพื้นที่จริงในสถานที่สำคัญต่าง ๆ ตั้งแต่จุดเริ่มต้น ณ พระราชวังจันทร์ จนถึงวาระสุดท้ายที่เวียงแหง เนื้อหาชวนให้ผู้อ่านตั้งคำถามและทบทวนเรื่องราวคุ้นเคยในหน้าประวัติศาสตร์ เช่น เหตุการณ์การประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง การยิงพระแสงปืนข้ามแม่น้ำสะโตง หรือเรื่องราวเกี่ยวกับการทำยุทธหัตถี ว่ามีรายละเอียดทางประวัติศาสตร์อย่างไรเมื่อเทียบเคียงกับบันทึกของเพื่อนบ้านอย่างพม่า นอกจากนี้ ยังมีการหยิบประเด็นชวนคิด เช่น ความสัมพันธ์และการตัดสินใจของพระมหาธรรมราชา (พระราชบิดา) ในบริบทความขัดแย้งระหว่างอยุธยากับหงสาวดี จุดเด่นสำคัญคือการเสนอข้อถกเถียงใหม่ ๆ ทางประวัติศาสตร์ เช่น การวิเคราะห์พระนามที่แท้จริง หรือข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับสถานที่เสด็จสวรรคต ซึ่งผู้เขียนชี้นำไปทางเมืองเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ มากกว่าเมืองหางในเขตประเทศพม่าตามที่เคยรับรู้กันมา ความเห็นหลังอ่าน แม้เนื้อหาบางส่วนจะมีความเชื่อมโยงกับเรื่องราวตามรอยพระนเรศวรที่เคยผ่านตามาบ้าง แต่กลวิธีการนำเสนอของหนังสือเล่มนี้มีความน่าสนใจมาก เพราะไม่ได้บอกให้เชื่อตามพงศาวดารกระแสหลักทันที แต่ชวนให้ใช้วิจารณญาณ วิเคราะห์ข้อมูลจากหลักฐานรอบด้าน และทำความเข้าใจบริบททางประวัติศาสตร์ในฐานะความขัดแย้งระดับอาณาจักรในยุคอดีต การตั้งคำถามต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ไม่ได้เป็นการลดทอนพระเกียรติคุณหรือพระปรีชาชาญของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชแต่อย่างใด ในทางกลับกัน มันกลับช่วยเติมเต็มมิติความเข้าใจให้เรามองเห็นภาพของพระองค์ได้อย่างลึกซึ้ง มีเหตุมีผล และอยู่บนพื้นฐานของหลักฐานที่น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น หนังสือเล่มนี้จึงเป็นงานสารคดีประวัติศาสตร์อีกเล่มที่คุ้มค่าแก่การอ่าน เปิดมุมมองใหม่ และทำให้การศึกษาประวัติศาสตร์ไทยสนุกชวนคิดกว่าที่เคย สำนักพิมพ์: สารคดี ฉบับที่อ่าน: พิมพ์ครั้งแรก ตุลาคม พ.ศ. 2550 ราคา: 250 บาท (ซื้อในราคาพิเศษ 99 บาท) วันที่ซื้อ: 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
ลมบก
Travel
ภารกิจ Road Trip ทั่วไทย 55 วัน กับเป้าหมาย 5 ทะเล 5 วัฒนธรรม และ 5 ธรรมชาติ ผ่าน 58 จังหวัด และระยะทางกว่า 12,000 กิโลเมตร เที่ยวไทย 555 เป็นหนังสือบันทึกการเดินทางที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและพลังงานในการออกเดินทาง เมื่อทีมงาน “ฮิกาซีน” มอบหมายภารกิจท้าทายให้ “ลมบก” ออกเดินทางท่องเที่ยวครั้งใหญ่ ผู้เขียนจึงจัดเต็มด้วยการวางเส้นทางขับรถเที่ยวรอบประเทศไทยตลอดช่วงฤดูร้อน ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 เรื่องราวและรูปแบบการเดินทาง การเดินทางครั้งนี้เริ่มต้นจากชายฝั่งทะเลตะวันออก ตัดเข้าสู่ภาคอีสาน ขึ้นเหนือ ลัดเลาะลงใต้ วกกลับมาฝั่งอันดแมน และสิ้นสุดทริปที่ภาคกลาง ปิดท้ายภารกิจชวนหิวด้วยการตระเวนชิมก๋วยเตี๋ยวเรือ 9 ร้านในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมระยะทางทั้งหมด 12,736 กิโลเมตร ผ่าน 15 สถานที่หลัก และครอบคลุมถึง 58 จังหวัด สไตล์การเขียนจะเน้นเล่าเรื่องราว “ระหว่างทาง” มากกว่าการเป็นคู่มือแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป ความสนุกจึงอยู่ที่อุปสรรคและสีสันของการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ขับรถหลงทาง น้ำมันใกล้หมด ยางแบน กระเป๋าเงินหาย หรือการเจอป้ายข้างทางแปลก ๆ จนต้องแวะถ่ายรูปมาฝากผู้อ่าน นอกจากนี้ ในช่วงท้ายของแต่ละบทจะมีข้อมูลแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวสั้น ๆ แปะไว้ให้อารมณ์เหมือนไปกับทัวร์ที่อัดแน่นโปรแกรมให้เราได้แวะชมแบบเพลิน ๆ ความเห็นหลังอ่าน เป็นหนังสือบันทึกการเดินทางที่อ่านสนุก เพลิน และจบได้รวดเร็ว เนื้อหาไม่ได้เน้นวิชาการหรือข้อมูลเชิงลึก แต่เต็มไปด้วยบรรยากาศการผจญภัยที่ชวนให้อมยิ้มและลุ้นไปกับผู้เขียน ผลกระทบข้างเคียงจากการอ่านหนังสือเล่มนี้คือ มันปลุก “ต่อมอยากเที่ยว” ให้ทำงานอย่างรุนแรง ทำให้ต้องวางแผนทริปเที่ยวใกล้ ๆ ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ สำนักพิมพ์: มังกรกินหมู ฉบับที่อ่าน: ไม่ระบุครั้งที่พิมพ์ ราคา: 255 บาท วันที่ซื้อ: 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554
ศานติ - นวรัตน์ ภักดีคำ
History · Art & Design · Religion
เสริมสิริมงคล ยลศิลปะจีน 9 วัดไทยในกรุงเทพฯ เป็นหนังสือคู่มือท่องเที่ยวและศึกษาศิลปกรรมที่ได้รับมาเป็นของขวัญวันเกิดจากเพื่อนสนิท เนื่องจากเป็นคนชื่นชอบการตระเวนเที่ยววัด ชมสถาปัตยกรรม จิตรกรรม และประติมากรรม หนังสือเล่มนี้จึงตอบโจทย์ทั้งการทบทวนความรู้และการใช้เป็นลายแทงในการเดินทางจริง เนื้อหาและเรื่องราวในหนังสือ หนังสือเล่มนี้พาผู้อ่านไปสำรวจศิลปะและวัฒนธรรมจีนที่ผสมผสานอยู่ในวัดไทย โดยครอบคลุมพื้นที่ในเขตธนบุรีและพระนคร รวม 9 วัด และ 1 พิพิธภัณฑ์ ได้แก่: วัดโพธิ์, วัดสุทัศน์, วัดบวรฯ, วัดเทพธิดาราม, วัดมหรรณพาราม, วัดราชโอรส, วัดนางนอง, วัดกัลยาณมิตร, วัดอัปสรสวรรค์ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เนื้อหาภายในบอกเล่าประวัติความเป็นมาของแต่ละสถานที่ และเจาะลึกถึงความหมายของสัญลักษณ์มงคลต่าง ๆ ที่ซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเสาศิลามังกร ตุ๊กตาศิลาจีน (อับเฉา) ลวดลายประดับกระเบื้อง หรือภาพจิตรกรรม ซึ่งสะท้อนคติความเชื่อเรื่องความร่มเย็นเป็นสิริมงคล ความเห็นหลังอ่าน เสน่ห์ของวัดที่มีศิลปะจีนสอดแทรกเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นวัดที่ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งเป็นยุคที่มีการเจริญสัมพันธไมตรีและทำการค้ากับประเทศจีนอย่าง คึกคัก เราจึงมักเห็นลักษณะเด่น เช่น โครงสร้างพระอุโบสถแบบไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หรือหางหงส์ ตามพระราชนิยมในยุคนั้น หนังสือเล่มนี้จึงทำหน้าที่เสมือนไกด์บุ๊กชั้นดีที่ช่วยให้อ่านสนุกและเข้าใจสิ่งที่เห็นได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แทนที่จะเดินดูความงามเพียงผิวเผิน การรู้ที่มาและความหมายของสัญลักษณ์ทำให้การเที่ยววัดมีมิติของประวัติศาสตร์และวรรณกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย สำนักพิมพ์: อมรินทร์ ฉบับที่อ่าน: พิมพ์ครั้งที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ราคา: 315 บาท วันที่ได้รับ: 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 (ของขวัญวันเกิด)
หลุยส์ เซปุล์เบดา · แปลโดย สถาพร ทัพยศักดิ์
Self-help · Psychology · Philosophy
นางนวลกับมวลแมว ผู้สอนให้นกบิน เป็นวรรณกรรมเยาวชนที่ผู้เขียนบอกว่าเหมาะสำหรับผู้อ่านอายุ 8–80 ปี และเมื่ออ่านจบแล้วก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะแม้จะเป็นเรื่องราวของสัตว์และใช้ภาษาที่อ่านง่าย แต่กลับเต็มไปด้วยข้อคิดสำคัญเกี่ยวกับสัญญา ความรัก มิตรภาพ และการยอมรับความแตกต่าง เรื่องย่อ เรื่องเริ่มต้นจากนกนางนวลตัวหนึ่งที่ประสบอุบัติเหตุจากคราบน้ำมันในทะเล ก่อนสิ้นใจมันได้ฝากไข่ไว้กับ *ซอร์บาส แมวดำแห่งท่าเรือ พร้อมขอให้รับปากว่าจะทำสามสิ่ง คือ กกไข่ ฟักไข่ และสอนลูกนกให้บิน แมวซอร์บาสรับปาก แม้ภารกิจนี้จะเกินกำลังและผิดธรรมชาติของแมวอย่างยิ่ง เขาจึงต้องอาศัยความช่วยเหลือจากเพื่อนแมวตัวอื่น ๆ ในท่าเรือ เพื่อดูแลลูกนกนางนวลที่ฟักออกมาและตั้งชื่อว่า โชคดี *เหล่าแมวเลี้ยงดูโชคดีด้วยความรักและความเอ็นดู แม้จะผูกพันกันมากเพียงใด พวกมันก็ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนนกนางนวลให้กลายเป็นแมว เพราะรู้ดีว่าโชคดีต้องเติบโตและดำเนินชีวิตในแบบของนกนางนวล นั่นคือการโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ความเห็นหลังอ่าน หนังสือเล่มนี้มีเรื่องให้คิดมากกว่าที่คาดไว้ ตั้งแต่เรื่องของการรักษาสัญญา ความร่วมมือ ความรักและการดูแลสิ่งที่อ่อนแอกว่า ไปจนถึงการยอมรับว่าผู้ที่แตกต่างจากเราไม่จำเป็นต้องเหมือนเรา สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือเหล่าแมวรักโชคดีอย่างที่มันเป็น พวกมันไม่ได้รักเพราะอยากครอบครอง หรืออยากให้ลูกนกอยู่กับตนตลอดไป แต่รักมากพอที่จะยอมปล่อยให้มันบินไปตามธรรมชาติของตัวเอง หนังสือยังเสียดสีมนุษย์อย่างแหลมคมผ่านมุมมองของเหล่าแมว โดยชวนให้ย้อนคิดว่า มนุษย์ที่คิดว่าตนฉลาดกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นนั้น เข้าใจและให้เกียรติความแตกต่างมากเพียงใด แม้แต่มนุษย์ด้วยกันเองที่ใช้ภาษาเดียวกัน บางครั้งก็ยังสื่อสารและเข้าใจกันได้ยาก นางนวลกับมวลแมว ผู้สอนให้นกบิน จึงไม่ใช่เพียงนิทานอบอุ่นเกี่ยวกับแมวกับนกนางนวล แต่เป็นเรื่องของความรักที่ไม่บังคับ ความรับผิดชอบต่อคำพูด และการเคารพคุณค่าของชีวิตที่แตกต่างจากเรา เป็นหนังสือเล่มเล็กที่อ่านจบแล้วอยากแนะนำต่อ และอยากชวนให้มนุษย์ทุกคนลองหันกลับมามองตนเองว่า เราเปิดใจยอมรับสิ่งที่แตกต่างจากเราได้มากพอแล้วหรือยัง สำนักพิมพ์: ผีเสื้อ ฉบับที่อ่าน: พิมพ์ครั้งที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ราคา: 98.50 บาท วันที่ซื้อ: 17 สิงหาคม พ.ศ. 2551
แมตต์ เฮก (Matt Haig)
Fiction
อ่านสนุก ได้เห็นมุมงงๆ ของมนุษย์อย่างพวกเรา ขำๆ แต่แอบซึ้งนะ
หนู่หวางปู่ไจ้เจี่ย · แปลโดย ห้องสมุด
Fiction · Romance
เปิดเรื่องมานางเอกเลี้ยงลูกเองเพราะพลัดพลงกับพระเอก มีลูกชาย ลูกสาว สะใภ้ครบ อ่านได้ยาว ๆ นางเอกเก่งมาก สอนลูกดี ภายนอกดูแข็ง ๆ แต่จริง ๆ เป็นคนละเอียดอ่อน เหมือนได้ศึกษาชีวิตของครอบครัวนึง
โรเบิร์ต เบอโรลด์ · แปลโดย คำเมือง
Memoir
“หนึ่งปีของการใช้ตะเกียบแทนมีดกับส้อมของโรเบิร์ต เบอโรลด์ อาจารย์ฝรั่งที่พาตัวเองข้ามโลกมาสอนหนังสือในมหาวิทยาลัยแถวหน้าของประเทศจีน” Good Morning เหล่าซือ เป็นหนังสือที่หยิบวางอยู่หลายครั้งกว่าจะตัดสินใจซื้อ และหลังจากซื้อแล้วก็ถูกวางบ่มอยู่บนชั้นหนังสือพักใหญ่ จนได้หยิบลงมาอ่านในคืนที่นอนไม่หลับ แต่เมื่อเริ่มอ่านแล้วก็พบว่าเป็นหนังสือที่ทั้งสนุก ให้ความรู้ และชวนมองประเทศจีนผ่านสายตาที่ต่างออกไป เนื้อหาและเรื่องราวในหนังสือ โรเบิร์ต เบอโรลด์ เป็นเจ้าของภาษาอังกฤษจากแอฟริกาใต้ ได้รับการว่าจ้างจากมหาวิทยาลัยเจ้อเจียงให้มาสอนวิชาการเขียนภาษาอังกฤษแก่คณะนานาชาติศึกษา เขาใช้ชีวิต กิน อยู่ และสอนหนังสือภายในมหาวิทยาลัยจีนตลอดระยะเวลา 1 ปีตามสัญญา หนังสือบอกเล่าประสบการณ์ของอาจารย์ชาวตะวันตกที่ต้องปรับตัวกับชีวิตในต่างวัฒนธรรม ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างการใช้ตะเกียบแทนมีดและส้อม ไปจนถึงการเดินทางออกจากเมืองใหญ่เพื่อเห็นชีวิตในพื้นที่ชนบทของจีน สิ่งที่ทำให้หนังสือมีเสน่ห์มากขึ้นคือผู้เขียนนำ *“การบ้าน”* และงานเขียนของนักศึกษามาสอดแทรกไว้ในเรื่อง ผู้อ่านจึงไม่ได้เห็นเพียงมุมมองของอาจารย์ต่างชาติ แต่ยังได้รู้จักความคิด ความฝัน วัฒนธรรม และชีวิตของนักศึกษาจีนผ่านถ้อยคำของพวกเขาเอง ความเห็นหลังอ่าน หนังสือเล่มนี้ทำให้เห็นวิธีแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างครูกับนักเรียนที่น่าสนใจ อาจารย์โรเบิร์ตไม่ได้เป็นเพียงผู้สอนภาษาอังกฤษ แต่เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้แสดงความคิดเห็น ติดต่อพูดคุยผ่านอีเมล และสะท้อนอย่างตรงไปตรงมาว่าวิธีสอนแบบใดที่พวกเขาชอบหรือไม่ชอบ พร้อมบอกเหตุผล วิธีการเช่นนี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนดูใกล้ชิดและเป็นกันเอง นักเรียนมีความกล้าที่จะสื่อสาร ขณะที่ครูก็พร้อมเรียนรู้จากนักเรียนเช่นกัน ความเป็นเพื่อนและความใกล้เคียงกันทางวัยวุฒิจึงช่วยลดช่องว่าง และทำให้เกิดความเข้าใจระหว่างกันได้ดี นอกจากความสนุกจากเรื่องเล่าชีวิตประจำวันและภาษาอังกฤษแบบจีน ๆ แล้ว หนังสือยังทำให้เห็นความคาดหวังของครอบครัวจีนที่มีต่อลูกหลาน นักศึกษาหลายคนตั้งใจเรียนเพื่อให้เรียนจบ มีอาชีพมั่นคง สร้างฐานะ และดูแลครอบครัวต่อไป ความหวังเช่นนี้ชวนให้นึกถึงพ่อแม่ชาวไทยไม่น้อย เพียงแต่นักศึกษาจีนในเรื่องดูจะยอมรับความคาดหวังนั้นด้วยความตั้งใจอย่างจริงจัง ผู้เขียนเองก็ไม่ได้มาอยู่จีนในฐานะผู้สังเกตการณ์เท่านั้น แต่เปิดใจเรียนรู้ภาษา วัฒนธรรม และชีวิตของผู้คนรอบตัว จนสามารถร่วมสร้างสรรค์งานกับนักเขียนชาวจีน โดยช่วยแปลบทกวีจากภาษาจีนเป็นภาษาอังกฤษ Good Morning เหล่าซือ จึงเป็นหนังสือบันทึกประสบการณ์ต่างแดนที่อ่านเพลิน ได้ทั้งอารมณ์ขันและมุมมองต่อการศึกษา วัฒนธรรมจีน และความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน สำนักพิมพ์: สันสกฤต ฉบับที่อ่าน: พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2551 ราคา: 300 บาท วันที่ซื้อ: 6 กันยายน พ.ศ. 2551
กุนจิ นานาเอะ
Fiction · Children's
“มิตรภาพอันอบอุ่นสดใสระหว่างคนตาบอดกับสุนัขนำทาง หนังสือยอดนิยมจากชีวิตจริง ที่เรียกรอยยิ้มและน้ำตาจากนักอ่านทุกวัย” หางของเบอร์นา เป็นหนังสือจากเรื่องจริงที่อ่านจบแล้วทั้งซาบซึ้ง เศร้าใจ และทึ่งไปพร้อมกัน เป็นเรื่องของความผูกพันระหว่างหญิงตาบอดคนหนึ่งกับสุนัขนำทางผู้ไม่ได้เป็นเพียงผู้ช่วยในการเดินทาง หากยังเป็นสมาชิกคนสำคัญของครอบครัว เรื่องย่อ *กุนจิ นานาเอะ สูญเสียการมองเห็นอย่างสิ้นเชิงเมื่ออายุ 27 ปี แม้เธอจะแต่งงานกับชายผู้พิการทางสายตาเช่นกัน แต่ทั้งคู่ยังมีความฝันอยากมีลูกด้วยกัน ปัญหาคือสามีของเธอใช้ไม้เท้าในการเดินทาง ขณะที่นานาเอะเองก็เพิ่งสูญเสียการมองเห็นและยังปรับตัวกับชีวิตใหม่ได้ไม่เต็มที่ การจะเลี้ยงดูลูกเล็กเพียงลำพังจึงเป็นเรื่องยากยิ่ง และทั้ง ๆ ที่นานาเอะเคยกลัวและไม่ชอบสุนัขจากประสบการณ์ในวัยเด็ก เธอกลับตัดสินใจรับ เบอร์นา* สุนัขจูงคนตาบอดเข้ามาใช้ชีวิตร่วมกัน เบอร์นาจึงกลายเป็นเสมือนลูกสาวคนโตของครอบครัวกุนจิ ผู้เขียนดำเนินเรื่องตั้งแต่ช่วงการฝึก การปรับตัวเข้าหากัน การเดินทาง การช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการที่เบอร์นามีส่วนร่วมในการดูแลลูกของครอบครัวตลอดเวลา 13 ปี ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดำเนินไปด้วยความไว้วางใจ การพึ่งพา และความรัก จนกระทั่งถึงวันที่เบอร์นาต้องจากไปตามวัย ความเห็นหลังอ่าน เสน่ห์ของหนังสือเล่มนี้อยู่ที่ความจริงใจและความอบอุ่นของเรื่องเล่า นานาเอะไม่ได้เพียงเล่าว่าสุนัขนำทางช่วยคนตาบอดเดินทางได้อย่างไร แต่ทำให้เห็นว่าการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับสุนัขต้องอาศัยการเรียนรู้ การสื่อสาร และความเข้าใจซึ่งกันและกันมากเพียงใด อ่านแล้วซึ้งกับความผูกพันระหว่างนานาเอะและเบอร์นา เศร้าในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญการจากลา และทึ่งในความสามารถ ความซื่อสัตย์ รวมถึงวินัยในการทำหน้าที่ของสุนัขตัวหนึ่ง เบอร์นาไม่ใช่เพียงสัตว์เลี้ยงหรือเครื่องมือช่วยเหลือ หากเป็นเพื่อนร่วมชีวิตที่คอยมอบอิสระและความมั่นใจให้เจ้าของ อีกประเด็นที่น่าสนใจคือภาพของสังคมญี่ปุ่นต่อผู้พิการทางสายตา แม้ในระยะแรกจะยังมีข้อจำกัดและความไม่เข้าใจ คนทั่วไปจำนวนไม่น้อยไม่ยอมรับให้สุนัขนำทางเข้าไปในสถานที่ต่าง ๆ แต่นานาเอะอดทนพูดคุย อธิบาย และทำให้ผู้คนเห็นว่าสุนัขนำทางมีความสำคัญต่อชีวิตคนตาบอดอย่างไร เธอพาเบอร์นาไปส่งลูกถึงห้องเรียน พาเข้าสถานที่สาธารณะ และแม้เมื่อเบอร์นาแก่จนทำหน้าที่นำทางได้ไม่เหมือนเดิม นานาเอะก็ยังเลือกดูแลและอยู่เคียงข้างสุนัขผู้เคยดูแลเธอมาตลอด ความสัมพันธ์นี้จึงไม่ได้ตั้งอยู่บนประโยชน์ฝ่ายเดียว แต่เป็นความรักและความรับผิดชอบที่มีต่อกันจนถึงที่สุด ชื่อเรื่อง หางของเบอร์นา มีความหมายอย่างน่ารัก เพราะเบอร์นาแสดงอารมณ์และความรู้สึกผ่านการกระดิกหาง นานาเอะซึ่งมองไม่เห็นจึงรับรู้ได้จากสัมผัส เสียง และจังหวะการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ นั้นเอง หางของเบอร์นา จึงเป็นหนังสือที่ให้ทั้งความประทับใจและความเข้าใจต่อชีวิตของผู้พิการทางสายตา รวมถึงบทเรียนเรื่องความไว้วางใจ มิตรภาพ และการตอบแทนความรัก เหมาะสำหรับคนรักสุนัข และผู้อ่านที่อยากสัมผัสเรื่องจริงอบอุ่นหัวใจสักเรื่องหนึ่ง สำนักพิมพ์: JBook ในเครือ Bliss
Diane Setterfield · แปลโดย ศศมาภา
Fiction · Suspense
นิยายที่หายไป เป็นหนังสือที่สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น ทั้งภาพปกหน้าและคำโปรยปกหลังชวนให้อยากรู้ถึงอดีตลึกลับของนักเขียนนวนิยายชื่อดังผู้หนึ่ง ซื้อมาอ่านเมื่อมีคนบอกว่านางเอกของเรื่องมีชีวิตความเป็นอยู่คล้ายกันกับตัวเรา และเมื่อได้อ่าน ก็พบว่านี่เป็นนิยายที่เหมาะกับคนรักหนังสือไม่น้อย เพราะเรื่องราวเริ่มต้นจากร้านหนังสือเก่า กองหนังสือ และผู้หญิงคนหนึ่งที่เติบโตขึ้นมากับการอ่าน ก่อนจะกลายเป็นผู้เขียนชีวประวัติของผู้อื่น เรื่องย่อ *มาร์กาเรต ลีอา เป็นบุตรสาวเจ้าของร้านหนังสือเก่า เธอเติบโตท่ามกลางหนังสือและได้รับความรักความเอาใจใส่จากบิดา จากผู้อ่านผู้หลงใหลในเรื่องเล่า มาร์กาเรตก้าวมาทำงานเป็นนักเขียนชีวประวัติของนักเขียนที่ล่วงลับไปแล้ว วันหนึ่ง เธอได้รับจดหมายเชิญจาก วีดา วินเทอร์ นักเขียนนวนิยายชื่อดังผู้ใช้ชีวิตอย่างสันโดษ วีดามีชื่อเสียงจากผลงานของตน แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยเล่าเรื่องชีวิตจริงในการให้สัมภาษณ์เลย แต่กลับแต่งเรื่องราวหลากหลายแบบขึ้นมาเพื่อหลีกเลี่ยงคำถามเกี่ยวกับอดีต เมื่ออายุมากและสุขภาพถดถอย วีดาตัดสินใจเลือกมาร์กาเรตให้เป็นผู้บันทึกเรื่องราวชีวิตของเธอเป็นครั้งแรก และยืนยันว่าครั้งนี้คือเรื่องจริงที่มีทั้งจุดเริ่มต้น จุดกลาง และบทสรุปอย่างสมบูรณ์ อดีตของวีดาเริ่มเปิดออกผ่านเรื่องราวของครอบครัวแองเกิลฟิลด์ ความลับ ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน และเหตุการณ์ที่ถูกปกปิดมายาวนาน ขณะเดียวกัน มาร์กาเรตเองก็ต้องเผชิญกับบาดแผลและคำถามในชีวิตของตนเองไปพร้อมกัน ส่วน “นิทานเรื่องที่สิบสาม” *ที่หายไปจากหนังสือเล่มแรกของวีดา วินเทอร์นั้น คือกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ความจริงทั้งหมด ความเห็นหลังอ่าน หนังสืออาจไม่ถึงกับเป็นประเภทที่อ่านรวดเดียวจนวางไม่ลงตามคำโฆษณา แต่มีแรงดึงดูดให้ติดตามต่อไปเรื่อย ๆ เพราะอยากรู้ว่าชีวิตที่แท้จริงของวีดา วินเทอร์เป็นอย่างไร และความลับที่เธอปกปิดไว้เกี่ยวข้องกับ “นิยายเรื่องที่สิบสาม” อย่างไร ผู้เขียนเล่าเรื่องโดยสลับระหว่างอดีตของวีดาและปัจจุบันของมาร์กาเรตได้อย่างน่าสนใจ จังหวะของเรื่องให้ความรู้สึกคล้ายงานเขียนรุ่นเก่า ที่ค่อย ๆ บรรยายฉาก บรรยากาศ และความคิดของตัวละคร แตกต่างจากนิยายร่วมสมัยหลายเรื่องที่ดำเนินฉับไวราวกับบทละคร สิ่งที่น่าชอบอีกอย่างคือบรรยากาศของคนรักหนังสือ มาร์กาเรตเติบโตขึ้นในร้านหนังสือเก่า ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางกองหนังสือ และพยายามเขียนงานของตนเอง ภาพเหล่านี้ชวนให้นึกถึงชีวิตของคนที่รักการอ่านไม่น้อย โดยเฉพาะคนที่มีหนังสือกองเต็มห้องและยังไม่ยอมจัดให้เรียบร้อยเสียทีอย่างเรานั่นเอง นิยายที่หายไป เป็นนิยายลึกลับที่ไม่ได้อาศัยความตื่นเต้นฉับพลัน แต่ค่อย ๆ พาผู้อ่านเดินเข้าไปในอดีต ความทรงจำ และความจริงที่ถูกเล่าผ่านเรื่องเล่าอีกชั้นหนึ่ง เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบนิยายบรรยากาศขรึม มีความลับของครอบครัว และหลงใหลในโลกของหนังสือ สำนักพิมพ์: แพรวสำนักพิมพ์ ฉบับที่อ่าน: พิมพ์ครั้งที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ราคา: 325 บาท วันที่ซื้อ: 2 กันยายน พ.ศ. 2551
สันต์ เทวรักษ์
Fiction · Classic
บันไดแห่งความรัก เป็นหนังสือเก่าที่หยิบกลับมาอ่านซ้ำได้เสมอ และมีความหมายมากกว่าความประทับใจในเนื้อหา เพราะเคยเป็นจุดเริ่มต้นของการนำถ้อยคำและคารมจากหนังสือไปแบ่งปันในชุมชนคนรักหนังสือบนโลกอินเทอร์เน็ต ความทรงจำของการได้อ่าน ได้แลกเปลี่ยน และได้พบมิตรภาพจากคนที่รักหนังสือเช่นเดียวกัน จึงผูกพันอยู่กับ บันไดแห่งความรัก มาจนถึงวันนี้ จึงนำมาเป็นเล่มแรกในบันทึกที่ "บ้านนักอ่าน" สันต์ เทวรักษ์ เป็นนักเขียนร่วมยุคในกลุ่ม “สุภาพบุรุษ” เช่นเดียวกับยาขอบ นวนิยายเรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกแบบตอนต่อวันในหนังสือพิมพ์ ประชาชาติ เริ่มตั้งแต่ฉบับปฐมฤกษ์วันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2475 และจบลงวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2475 โดยในเวลานั้นประเทศไทยยังถือเดือนเมษายนเป็นวันขึ้นปีใหม่ ก่อนสำนักพิมพ์ชูลินจะนำมารวมเล่มครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2483 ผู้เขียนกล่าวไว้ในคำนำอย่างน่าสนใจว่า เรื่องนี้มิได้ตั้งใจจะเป็นบทปรัชญาหรือบทเรียนเรื่องความรัก แม้ชื่อเรื่องจะชวนให้เข้าใจเช่นนั้น หากเป็นเสมือนบันทึกความทรงจำของหญิงสาววัยรักวัยฝัน ผู้มองโลกด้วยทัศนะอันรื่นรมย์และบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ด้วยความซื่อตรงต่อความรู้สึกของตนเอง เรื่องย่อ เรื่องราวมีฉากอยู่ใน พ.ศ. 2475 ดำเนินผ่านบันทึกของ นางสาวจวงจันทร์ วรรณประไพ หรือ “แม่นิด” หญิงสาวกำพร้าซึ่งอาศัยอยู่กับครอบครัวญาติผู้ใหญ่ เมื่อ นายธาดา บุณโยปกรณ์ ส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอ แม่นิดกลับเข้าใจผิดว่าเขาเพียงเลือกเธอแทน “แม่อ่อง” บุตรสาวของเจ้าบ้าน ด้วยความเจียมตนและเห็นว่าตนมีฐานะไม่คู่ควรกับธาดา แม่นิดจึงปฏิเสธการสู่ขอ ทำให้ธาดาต้องผิดหวังและเศร้าซึม ต่อมาแม่นิดเก็บกระเป๋าสตางค์ของชายผู้หนึ่งซึ่งมีอักษรย่อ “ว.ว.ว.” ได้ และนำไปแจ้งไว้ที่สถานีตำรวจ เหตุการณ์นี้นำไปสู่การติดต่อทางจดหมายกับชายหนุ่มลึกลับนามว่า วราห์ วรวิทย์ จดหมายแต่ละฉบับค่อย ๆ สร้างความคุ้นเคย ความเข้าใจ และไมตรีจิตระหว่างทั้งสองฝ่าย ซึ่งแท้จริงแล้ว วราห์ วรวิทย์ คือบุคคลสมมติที่กลุ่มเพื่อนของธาดาร่วมกันสร้างขึ้น เพื่อถ่ายทอดความคิด ความรู้สึก และมุมมองต่อชีวิตของธาดาให้แม่นิดได้รับรู้ผ่านตัวอักษร จดหมายเหล่านั้นจึงเปรียบเสมือนขั้นบันไดที่ค่อย ๆ พาแม่นิดก้าวไปสู่ความเข้าใจในหัวใจของตนเอง และนำไปสู่การพบกับธาดา ผู้มีตัวตนจริงในที่สุด ความเห็นหลังอ่าน เสน่ห์สำคัญของ บันไดแห่งความรัก อยู่ที่ภาษา สำนวนของสันต์ เทวรักษ์ เต็มไปด้วยถ้อยคำและสำนวนภาษาไทยที่งดงาม ประณีต ละเมียดละไม และยังคงกินใจ แม้ในฉากแสดงความรักอย่างการกอดหรือจุมพิต ผู้เขียนก็ถ่ายทอดออกมาอย่างนุ่มนวล ชวนฝัน และยังคงความงามของภาษาไว้ได้เสมอ หนังสือเล่มนี้จึงไม่ใช่เพียงนวนิยายรัก แต่ยังเป็นตัวอย่างของงานเขียนภาษาไทยที่ควรอ่านเพื่อซึมซับจังหวะคำ ความประณีตของถ้อยความ และวิธีถ่ายทอดอารมณ์โดยไม่ต้องกล่าวอย่างตรงไปตรงมาจนเกินไป สำนักพิมพ์: ดอกหญ้า ฉบับที่อ่าน: พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2535 จำนวนหน้า: 375 หน้า
ถังจิ่วชิง
Fiction
แนวการเมือง จิตวิทยาการเมือง ผมชอบเชิญร่ำสุรามาก ถ้าจะหยิบยกนิยายเรื่องวายจีนโบราณแนะนำใครสักคน ผมจะนึกถึงเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก พล็อตที่คนเขียนวางเอาไว้ดี คาร์แรคเตอร์ตัวละครมีมิติ แม้แต่ตัวละครที่เป็นตัวประกอบยังสำคัญ และฉลาด เส้นเรื่องและโครงเรื่องทำได้ดีมาก เลิฟไลน์คนเขียนแทรกกับพล็อตเรื่องหลักได้ดีมากเช่นกัน ปัจจุบันผมอ่านถึงเล่มที่ 4/ เป็นนิยายจีนแปลไทย และหมดลิขสิทธิ์ในไทยแล้วเช่นกัน