
บันไดแห่งความรัก
สันต์ เทวรักษ์
ตกตะกอน
บันไดแห่งความรัก เป็นหนังสือเก่าที่หยิบกลับมาอ่านซ้ำได้เสมอ และมีความหมายมากกว่าความประทับใจในเนื้อหา เพราะเคยเป็นจุดเริ่มต้นของการนำถ้อยคำและคารมจากหนังสือไปแบ่งปันในชุมชนคนรักหนังสือบนโลกอินเทอร์เน็ต ความทรงจำของการได้อ่าน ได้แลกเปลี่ยน และได้พบมิตรภาพจากคนที่รักหนังสือเช่นเดียวกัน จึงผูกพันอยู่กับ บันไดแห่งความรัก มาจนถึงวันนี้ จึงนำมาเป็นเล่มแรกในบันทึกที่ "บ้านนักอ่าน" สันต์ เทวรักษ์ เป็นนักเขียนร่วมยุคในกลุ่ม “สุภาพบุรุษ” เช่นเดียวกับยาขอบ นวนิยายเรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกแบบตอนต่อวันในหนังสือพิมพ์ ประชาชาติ เริ่มตั้งแต่ฉบับปฐมฤกษ์วันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2475 และจบลงวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2475 โดยในเวลานั้นประเทศไทยยังถือเดือนเมษายนเป็นวันขึ้นปีใหม่ ก่อนสำนักพิมพ์ชูลินจะนำมารวมเล่มครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2483 ผู้เขียนกล่าวไว้ในคำนำอย่างน่าสนใจว่า เรื่องนี้มิได้ตั้งใจจะเป็นบทปรัชญาหรือบทเรียนเรื่องความรัก แม้ชื่อเรื่องจะชวนให้เข้าใจเช่นนั้น หากเป็นเสมือนบันทึกความทรงจำของหญิงสาววัยรักวัยฝัน ผู้มองโลกด้วยทัศนะอันรื่นรมย์และบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ด้วยความซื่อตรงต่อความรู้สึกของตนเอง เรื่องย่อ เรื่องราวมีฉากอยู่ใน พ.ศ. 2475 ดำเนินผ่านบันทึกของ นางสาวจวงจันทร์ วรรณประไพ หรือ “แม่นิด” หญิงสาวกำพร้าซึ่งอาศัยอยู่กับครอบครัวญาติผู้ใหญ่ เมื่อ นายธาดา บุณโยปกรณ์ ส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอ แม่นิดกลับเข้าใจผิดว่าเขาเพียงเลือกเธอแทน “แม่อ่อง” บุตรสาวของเจ้าบ้าน ด้วยความเจียมตนและเห็นว่าตนมีฐานะไม่คู่ควรกับธาดา แม่นิดจึงปฏิเสธการสู่ขอ ทำให้ธาดาต้องผิดหวังและเศร้าซึม ต่อมาแม่นิดเก็บกระเป๋าสตางค์ของชายผู้หนึ่งซึ่งมีอักษรย่อ “ว.ว.ว.” ได้ และนำไปแจ้งไว้ที่สถานีตำรวจ เหตุการณ์นี้นำไปสู่การติดต่อทางจดหมายกับชายหนุ่มลึกลับนามว่า วราห์ วรวิทย์ จดหมายแต่ละฉบับค่อย ๆ สร้างความคุ้นเคย ความเข้าใจ และไมตรีจิตระหว่างทั้งสองฝ่าย ซึ่งแท้จริงแล้ว วราห์ วรวิทย์ คือบุคคลสมมติที่กลุ่มเพื่อนของธาดาร่วมกันสร้างขึ้น เพื่อถ่ายทอดความคิด ความรู้สึก และมุมมองต่อชีวิตของธาดาให้แม่นิดได้รับรู้ผ่านตัวอักษร จดหมายเหล่านั้นจึงเปรียบเสมือนขั้นบันไดที่ค่อย ๆ พาแม่นิดก้าวไปสู่ความเข้าใจในหัวใจของตนเอง และนำไปสู่การพบกับธาดา ผู้มีตัวตนจริงในที่สุด ความเห็นหลังอ่าน เสน่ห์สำคัญของ บันไดแห่งความรัก อยู่ที่ภาษา สำนวนของสันต์ เทวรักษ์ เต็มไปด้วยถ้อยคำและสำนวนภาษาไทยที่งดงาม ประณีต ละเมียดละไม และยังคงกินใจ แม้ในฉากแสดงความรักอย่างการกอดหรือจุมพิต ผู้เขียนก็ถ่ายทอดออกมาอย่างนุ่มนวล ชวนฝัน และยังคงความงามของภาษาไว้ได้เสมอ หนังสือเล่มนี้จึงไม่ใช่เพียงนวนิยายรัก แต่ยังเป็นตัวอย่างของงานเขียนภาษาไทยที่ควรอ่านเพื่อซึมซับจังหวะคำ ความประณีตของถ้อยความ และวิธีถ่ายทอดอารมณ์โดยไม่ต้องกล่าวอย่างตรงไปตรงมาจนเกินไป สำนักพิมพ์: ดอกหญ้า ฉบับที่อ่าน: พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2535 จำนวนหน้า: 375 หน้า