
วังดอกหญ้า
ว. วินิจฉัยกุล
ตกตะกอน
สิ่งที่หายากที่สุดสำหรับยาจก คือเงินทองที่จะเลี้ยงชีวิต สิ่งที่หายากที่สุดสำหรับคนเห็นแก่ตัว คือความรู้จักพอ สิ่งที่หายากที่สุดสำหรับผู้ตกอยู่ในความทุกข์ คือความสุข และ สิ่งที่หายากที่สุดสำหรับเศรษฐี คือ เวลา ความสุข และความรู้จักพอ วังดอกหญ้า ผลงานนวนิยายสะท้อนสังคม แม้จะเป็นเรื่องราวที่สะท้อนภาพชีวิตและมุมมองของผู้คนในยุคสมัยก่อน แต่แก่นแท้เรื่องความสุข ความโลภ และความแตกต่างระหว่างโลกของคนรวยกับคนจนก็ยังคงร่วมสมัยและสะท้อนสัจธรรมได้เป็นอย่างดี เรื่องราวและเนื้อหาในหนังสือ เรื่องราวความสัมพันธ์และความขัดแย้งกลาย ๆ ระหว่าง 2 ครอบครัวที่มีวิถีชีวิตต่างกันสุดขั้ว ซึ่งอาศัยอยู่บริเวณซอยเดียวกัน ฝ่ายหนึ่งคือ ครอบครัวเจ้าสัวโภคิน เศรษฐีผู้มั่งคั่งเจ้าของโรงแรมและกิจการใหญ่โต กับอีกฝ่ายคือ ครอบครัวของนายเหรียญ อดีตนายอำเภอผู้เป็นปู่ของนางเอก แม้เจ้าสัวจะร่ำรวยล้นฟ้าสักเพียงใด แต่ก็ไม่สามารถกว้านซื้อที่ดินผืนงามขนาด 2 ไร่ ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านของตนมาครอบครองได้เสียที เพราะทางครอบครัวนายเหรียญไม่มีทีท่าจะยอมขายให้ ทำให้ที่ดินผืนนี้กลายเป็นหอกข้างแคร่ในใจของเศรษฐีใหญ่ เมื่อเจรจาซื้อขายตามปกติไม่สำเร็จ เกมเล่ห์กลจึงเริ่มต้นขึ้น เมื่อทนายความประจำตระกูลส่งหนุ่มหน้าตี๋เจ้าเล่ห์มาเป็นนายหน้าเพื่อหลอกล่อซื้อที่ดินผ่านตัว นางเอก (ผู้มีอาชีพเป็นครูโรงเรียนอนุบาล) ทว่านางเอกของเราไม่ได้อ่อนต่อโลกอย่างที่ใครคาดคิด ด้วยความฉลาดรู้ทันและได้รับความช่วยเหลือจาก พระเอก (เพื่อนเก่าในวัยเด็กที่ความสัมพันธ์เริ่มกลับมาฟื้นคืน) ทำให้แผนการของฝ่ายคนรวยต้องพังไม่เป็นท่า ท่ามกลางเรื่องราววุ่น ๆ และความน่ารักของการจีบกันผ่าน “ขนมลูกชุบ” ที่พระเอกคอยช่วยเหลือสนับสนุนให้นางเอกทำส่งโรงแรมเพื่อแก้ปัญหาตกงาน เรื่องราวดำเนินไปจนกระทั่งจุดจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเจ้าสัวโภคินล้มป่วยด้วยโรคของคนรวย (ความดันโลหิต) และได้มีโอกาสมาพักผ่อน พูดคุย สูดอากาศบริสุทธิ์ในสวนของครอบครัวนายเหรียญ ทำให้เจ้าสัวได้ตระหนักว่า แท้จริงแล้วชีวิตยังมีอะไรที่มีค่าและน่าสนุกมากกว่าการวิ่งไล่หาเงินทองเพียงอย่างเดียว ความเห็นหลังอ่าน วังดอกหญ้า เป็นนิยายที่ไม่ได้เน้นเรื่องราวความรักหวานซึ้งหวือหวา แต่กลับโดดเด่นมากในการนำเสนอแนวคิดเปรียบต่างระหว่าง “ความสุขของคนจน” กับ “ความทุกข์ของคนรวย” ตัวละครนางเอกที่เป็นครูอนุบาลถูกวางคาแรคเตอร์ให้ออกมามีความน่ารัก ฉลาด ทันคน และพึ่งพาตัวเองได้ ขณะที่เนื้อเรื่องก็สอดแทรกอารมณ์ขันและแง่คิดคมคายเกี่ยวกับการใช้ชีวิตได้อย่างกลมกล่อม เป็นวรรณกรรมไทยอีกหนึ่งเล่มที่อ่านสนุก ละมุนละไม และสร้างความอิ่มเอมใจ สำนักพิมพ์: เพื่อนดี ฉบับที่อ่าน: พิมพ์ครั้งที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ราคา: 180 บาท วันที่ซื้อ: 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2543