
Memoirs Of A Geisha
Arthur Golden
ตกตะกอน
Memoirs of a Geisha เล่าชีวิตของ ชิโยะ (Chiyo) เด็กหญิงจากครอบครัวชาวประมงยากจนในโยโรอิโดะ ก่อนถูกขายและส่งเข้าสู่โอกิยะในย่านกิอง เมืองเกียวโต ที่นั่นเธอต้องทำงานรับใช้และเผชิญการกลั่นแกล้งจาก ฮัตสุโมโมะ (Hatsumomo) เกอิชาผู้เลื่องชื่อแต่หวาดกลัวการถูกคนรุ่นใหม่แย่งตำแหน่ง จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อชิโยะพบ ท่านประธาน (Chairman Iwamura) บนสะพาน เขาแสดงความเมตตาต่อเธอและซื้อน้ำแข็งไสราดเชอร์รี่ให้ เหตุการณ์สั้น ๆ กลายเป็นความหวังที่ทำให้ชิโยะตั้งเป้าว่าสักวันจะเข้าสู่โลกของท่านประธานให้ได้ ต่อมา มาเมฮะ (Mameha) เกอิชาชื่อดังรับชิโยะเป็นน้องสาวและฝึกฝนเธอ ชิโยะได้รับชื่อใหม่ว่า ซายูริ (Sayuri) และค่อย ๆ กลายเป็นเกอิชาที่มีชื่อเสียง ชีวิตของเธอเต็มไปด้วยการแข่งขัน การต่อรองอำนาจ การแสวงหาผู้อุปถัมภ์ และความสัมพันธ์อันซับซ้อนกับท่านประธานและ โนบุ (Nobu) สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำลายโลกเก่าของกิอง ซายูริต้องหยุดชีวิตเกอิชาและเอาตัวรอดจากความยากลำบาก ก่อนกลับเข้าสู่กิองหลังสงคราม ในท้ายที่สุดเธอได้รู้ว่าท่านประธานรับรู้และมีส่วนอยู่เบื้องหลังเส้นทางชีวิตของเธอมานาน ความรักที่เธอยึดถือมาตั้งแต่วัยเด็กจึงได้รับคำตอบ แม้โลกของเกอิชาที่เธอเคยรู้จักจะเปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันย้อนกลับ ประเด็นสำคัญในการวิเคราะห์ ผู้หญิงภายใต้ปิตาธิปไตยและระบบทุนนิยม โลกเกอิชาในนิยายเป็นพื้นที่ที่ความงาม วัยสาว ความสามารถ และร่างกายของผู้หญิงมี “มูลค่า” ผู้หญิงต้องแข่งขันเพื่อชื่อเสียง ลูกค้า และผู้อุปถัมภ์ จึงเกิดสภาวะที่ผู้หญิงไม่ได้ถูกกดทับโดยผู้ชายเท่านั้น แต่ระบบยังผลักให้ผู้หญิงแข่งขันและทำร้ายกันเอง ฮัตสุโมโมะจึงไม่ควรถูกมองเพียงว่าเป็น “ตัวร้าย” แต่เป็นผู้หญิงที่รู้ว่าความงามของตนมีวันหมดอายุ เธอกลัวการถูกแทนที่และต่อต้านระบบด้วยความโกรธ ความต้องการ และ sexual agency ขณะที่ซายูริเลือกปรับตัวและเรียนรู้กฎของระบบเพื่อเอาชีวิตรอด ท้ายที่สุดฮัตสุโมโมะสูญเสียการควบคุม ดื่มหนัก ก่อเรื่อง และถูกขับออกจากโอกิยะ หลังจากนั้นชีวิตของเธอค่อย ๆ หายออกไปจากเรื่อง จุดจบของเธอจึงสะท้อนการร่วงโรยของความงามและสถานะในโลกที่ให้คุณค่าผู้หญิงตามความสาวและความปรารถนาของผู้อื่น Orientalism และการมองหญิงตะวันออก นวนิยายสามารถอ่านผ่านแนวคิด Orientalism ของ Edward Said ได้ เพราะเรื่องราวของหญิงญี่ปุ่นถูกสร้างขึ้นโดยนักเขียนชายชาวอเมริกัน โลกเกอิชาจึงถูกนำเสนอด้วยความลึกลับ เย้ายวน แปลกใหม่ และ exotic ซึ่งอาจตอบสนองจินตนาการของโลกตะวันตกเกี่ยวกับ “หญิงตะวันออก” จึงเกิดคำถามสำคัญว่า ใครมีสิทธิ์เป็นผู้เล่าเรื่องของหญิงตะวันออก? และเสียงของผู้หญิงที่อยู่ในวัฒนธรรมนั้นเองถูกได้ยินมากน้อยเพียงใด สัญลักษณ์สำคัญ น้ำ ซายูริถูกเปรียบเป็น “ธาตุน้ำ” น้ำจึงหมายถึงความอ่อนโยนที่มีพลัง การปรับตัว การไม่มีรูปร่างตายตัว และอัตลักษณ์ที่เปลี่ยนไปตามสถานการณ์ เธอไม่ได้เอาชนะโลกด้วยการปะทะ แต่ด้วยการ “ไหล” ผ่านมัน เช่นเดียวกับที่เธอต้องเปลี่ยนชื่อ บุคลิก น้ำเสียง สีหน้า และ persona ตามโลกเกอิชา น้ำยังเชื่อมกับฝน ทะเล น้ำตา และความทรงจำ ทำให้ชีวิตของเธอเหมือนกระแสที่ไหลย้อนกลับผ่านการเล่าเรื่อง ดวงตาสีฟ้า ดวงตาของชิโยะทำให้เธอเป็น “Other” ทั้งดึงดูดและทำให้แปลกแยก มันเป็นทั้งเสน่ห์ คำสาป ทุนทางความงาม และสิ่งที่ทำให้เธอถูกจ้องมองและประเมินค่า ความแตกต่างของดวงตายังสามารถเชื่อมกับ exoticism และสายตาตะวันตกที่มองหญิงญี่ปุ่นเป็นสิ่งแปลกใหม่ สะพาน สถานที่พบกับท่านประธานเป็น Liminal Space หรือพื้นที่กึ่งกลาง สะพานเชื่อมวัยเด็กกับวัยสาว ชาวประมงกับเกอิชา คนชายขอบกับโลกแห่งอำนาจ การข้ามสะพานจึงเปรียบเหมือนการข้ามจากชีวิตหนึ่งไปสู่อีกชีวิตหนึ่ง น้ำแข็งไสราดเชอร์รี่ สีแดงเชื่อมกับเลือด การเข้าสู่วัยสาว และความปรารถนา ส่วนน้ำแข็งละลายง่าย จึงสะท้อนวัยเยาว์ ความงาม และชีวิตเกอิชาที่งดงามแต่ไม่ยั่งยืน กลิ่นคาวปลา คำดูถูกของฮัตสุโมโมะเชื่อมชิโยะกับชนบท ความจน และชนชั้นแรงงาน อีกด้านหนึ่ง “คาว” สามารถอ่านเชื่อมกับร่างกายหญิง เลือด และเพศสภาพ กลิ่นยังเป็นสิ่งที่ลบยาก จึงเหมือนอดีตและรากเหง้าที่ติดตามซายูริแม้เธอจะสร้างตัวตนใหม่แล้ว หน้าขาว กระจก และการแต่งหน้า ใบหน้าเกอิชาเป็น “หน้ากาก” ที่สร้าง persona ขึ้นมาทับตัวตนจริง กระจกจึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือมองตัวเอง แต่เป็นพื้นที่ฝึกการมองตัวเองผ่านสายตาสังคม—ต้องรู้ว่าจะยิ้ม เดิน หัวเราะ และแสดงอารมณ์อย่างไร โลกเกอิชาจึงสัมพันธ์กับ performance และ male gaze ปลาไหลและถ้ำ อุปมาทางเพศในเรื่องสามารถอ่านเป็นภาพของ Sexual Economy ปลาไหลแทนแรงขับทางเพศชาย ส่วนถ้ำกลายเป็นพื้นที่หญิงที่ถูกครอบครอง ตีราคา และแลกเปลี่ยน จึงเชื่อมกับประเด็นการทำให้ร่างกายหญิงกลายเป็นทุน กิโมโนและเส้นผม กิโมโนไม่ได้เป็นเพียงเสื้อผ้า แต่บ่งบอกสถานะ มูลค่าทางเศรษฐกิจ และตัวตนทางสังคม ส่วนทรงผมของไมโกะเป็นทั้งความงามและภาระ ร่างกายหญิงจึงถูกฝึก ควบคุม และจัดวางเพื่อสายตาของผู้อื่น ซูโม่ ซูโม่แทนอำนาจชาย ความแข็งแรง และการปะทะตรง ๆ ตรงข้ามกับโลกเกอิชาที่ใช้อำนาจแบบอ้อม จิตวิทยา เสน่ห์ และ soft power เทคนิค Hatakikomi จึงสามารถอ่านเป็นการใช้จุดอ่อนหรือแรงของฝ่ายตรงข้ามเพื่อพลิกสถานการณ์ เช่นเดียวกับวิธีเอาตัวรอดของซายูริ ฝน ฝนเชื่อมกับความสูญเสีย ความเปลี่ยนแปลง ความโดดเดี่ยว และความไม่เที่ยง เป็นธรรมชาติที่ช่วยสร้างบรรยากาศเศร้าสงบของเรื่อง บ้านชาวประมงกับเกียวโต โยโรอิโดะแทนวัยเด็ก ธรรมชาติ ความเรียบง่าย และโลกก่อนทุน ส่วนเกียวโตคือการแข่งขัน การซื้อขาย ภาพลักษณ์ และสถานะ ชีวิตซายูริจึงเป็นการเดินทางจาก “โลกธรรมชาติ” สู่ “โลกของตลาด” การเปลี่ยนชื่อ Chiyo → Sayuri เป็นการตายเชิงสัญลักษณ์ของตัวตนเดิมและการถือกำเนิดของ persona ใหม่ “ซายูริ” เป็นทั้งชื่อทางอาชีพ ภาพฝัน และตัวตนที่สร้างขึ้นเพื่อสังคม จึงเกิดคำถามว่าเมื่อชีวิตผ่านไปแล้ว “ชิโยะ” ยังเหลืออยู่ภายในเธอมากน้อยเพียงใด ประตูและโอกิยะ การล็อกประตูและควบคุมผู้หญิงทำให้โอกิยะมีความหมายซ้อนกันทั้ง “บ้าน” “ตลาด” และ “คุก” เพราะผู้หญิงได้รับการดูแลพร้อมกับถูกควบคุมในฐานะทรัพยากรทางเศรษฐกิจ ท่านประธาน เขาไม่ได้เป็นเพียงคนรัก แต่เป็นความหวัง พ่อในอุดมคติ ทางออก และภาพฝัน ซายูริจึงอาจรักทั้ง “ตัวเขา” และความหมายที่เขามีต่อเด็กหญิงผู้หมดหวังในวันนั้น Mizuage และข้อถกเถียงเรื่องความจริง ในนิยาย Mizuage (水揚げ) ถูกนำเสนอเป็นการประมูลสิทธิในการเป็นชายคนแรกของไมโกะ โดยพรหมจรรย์ของซายูริถูกตีราคาและเปลี่ยนเป็นทุน นี่ทำให้พิธีดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ชัดเจนของการบรรจบกันระหว่างเพศ เงิน อำนาจ และชนชั้น อย่างไรก็ตาม จุดนี้เป็นข้อถกเถียงสำคัญ เพราะประวัติศาสตร์ของคำว่า mizuage และธรรมเนียมในย่านบันเทิงต่าง ๆ ซับซ้อนกว่าที่นิยายนำเสนอ การเชื่อม mizuage กับเพศเคยปรากฏในบางบริบท แต่ไม่ควรเหมารวมว่าเกอิชาทุกแห่งมี “พิธีประมูลพรหมจรรย์” แบบซายูริ และเกอิชาไม่ใช่โสเภณีโดยนิยาม อาชีพหลักเกี่ยวข้องกับการแสดง ดนตรี รำ การสนทนา และการต้อนรับ อดีตเกอิชา Mineko Iwasaki ซึ่ง Arthur Golden เคยสัมภาษณ์ วิจารณ์หนังสืออย่างรุนแรง โดยเฉพาะภาพที่ทำให้ผู้อ่านตะวันตกเชื่อมเกอิชากับการขายบริการทางเพศ เธอยังไม่พอใจที่ Golden เปิดเผยชื่อเธอในกิตติกรรมประกาศ ทั้งที่เธอเข้าใจว่าการให้ข้อมูลจะเป็นความลับ ต่อมาเกิดข้อพิพาททางกฎหมายและยุติด้วยการตกลงกันนอกศาล Iwasaki จึงเขียนบันทึกชีวิตของตนเองเพื่อเล่าโลกเกอิชาจากมุมของผู้หญิงที่เคยอยู่ในระบบจริง กรณีนี้จึงน่าสนใจในเชิง postcolonial เพราะกลายเป็นคำถามเรื่อง voice และ representation — ใครกำลังเล่าเรื่องของใคร ปรัชญาและสุนทรียศาสตร์ญี่ปุ่นที่เชื่อมโยงกับเรื่อง Mono no Aware (もののあはれ) — ความสะเทือนใจต่อความงามของสิ่งที่ไม่ยั่งยืน วัยสาว ความรัก ฤดูกาล และโลกเกอิชางดงามเพราะรู้ว่ามันกำลังจะจากไป Mujō (無常) — อนิจจัง ทุกอย่างเปลี่ยนแปลง ชิโยะกลายเป็นซายูริ ความจนกลายเป็นชื่อเสียง ความสาวกลายเป็นความแก่ และญี่ปุ่นก่อนสงครามกลายเป็นญี่ปุ่นยุคใหม่ Wabi-Sabi (侘寂) — ความงามของความไม่สมบูรณ์ ความเก่า ความเงียบ ความเรียบง่าย และความร่วงโรย Iki (粋) — เสน่ห์ที่สุขุม มีชั้นเชิง และไม่เปิดเผยทั้งหมด เช่น ต้นคอ ท่าทาง พัด การพูดอ้อม และการเว้นจังหวะ ซึ่งสัมพันธ์กับ soft power ของเกอิชา Enryo (遠慮) — การยับยั้งตนและไม่พูดทุกอย่างออกมาตรง ๆ ซายูริเก็บความรู้สึกและเล่นตามบทบาททางสังคม ตรงข้ามกับฮัตสุโมโมะที่แสดงอารมณ์ออกมาตรง ๆ Gaman (我慢) — ความอดทนต่อความยากลำบากเพื่อดำเนินชีวิตต่อ การฝึกหนัก การควบคุมร่างกาย และการต้องยิ้มทั้งที่เจ็บปวดล้วนสะท้อนแนวคิดนี้ Tatemae / Honne (建前 / 本音) — ตัวตนที่แสดงต่อสังคมกับความรู้สึกจริงภายใน เป็นหัวใจของโลกเกอิชาและเชื่อมกับหน้ากาก กระจก persona และการมองชีวิตเป็นโรงละคร Ma (間) — ความหมายของช่องว่าง ความเงียบ สายตา ระยะห่าง และสิ่งที่ไม่ถูกพูดออกมา Kintsugi (金継ぎ) — แม้ไม่ได้เป็น motif โดยตรงของนิยาย แต่สามารถใช้อ่านชีวิตซายูริเชิงเปรียบเทียบได้ เธอผ่านการสูญเสียและแตกสลาย ก่อนประกอบตัวเองขึ้นใหม่จากบาดแผล Yūgen (幽玄) — ความงามลึก ลึกลับ และไม่เปิดเผยทั้งหมด สอดคล้องกับเสน่ห์ของเกอิชาที่เกิดจากสิ่งซึ่งถูกปิดบังพอ ๆ กับสิ่งที่เปิดเผย Shikata ga nai (仕方がない) — “มันช่วยไม่ได้” หรือการยอมรับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ผู้หญิงจำนวนมากในเรื่องจึงเลือกปรับตัวและอยู่รอดภายในระบบแทนการปฏิวัติมัน Ukiyo (浮世) — “โลกที่ล่องลอย” โลกแห่งความงาม ความบันเทิง ความรักและความสุขชั่วคราว เป็นแนวคิดที่เข้ากับโลกเกอิชามากที่สุดอย่างหนึ่ง ความสาว ชื่อเสียง ลูกค้า ความรัก และฤดูกาลล้วนมาแล้วจากไป หาก Mujō คือสัจธรรมว่า “ทุกอย่างไม่เที่ยง” Ukiyo คือโลกที่ดำรงอยู่ภายใต้ความไม่เที่ยงนั้น และ Mono no Aware คือความรู้สึกเศร้างามเมื่อมนุษย์ตระหนักถึงมัน เกอิชาในอดีตและปัจจุบัน เกอิชาในอดีตอยู่ใกล้โลกของนักธุรกิจ นักการเมือง และชนชั้นนำ มีระบบโอกิยะ การอุปถัมภ์และเครือข่ายทางสังคมที่เข้มข้น ผู้หญิงบางคนเข้าสู่อาชีพตั้งแต่อายุน้อยและมีเสรีภาพในการกำหนดชีวิตจำกัด ปัจจุบันผู้เข้าสู่อาชีพโดยทั่วไปเลือกเส้นทางนี้ด้วยตนเองมากขึ้น และภาพลักษณ์ของ geiko/maiko เน้นการเป็นผู้สืบทอดศิลปวัฒนธรรม เช่น การรำ ดนตรีชามิเซ็ง มารยาทและศิลปะการต้อนรับ ระบบการประมูลพรหมจรรย์แบบในนิยายไม่ใช่ธรรมเนียมของโลกเกอิชาปัจจุบัน ขณะที่ระบบ danna แบบเก่าก็ลดความสำคัญลงมาก สรุปความหมายของเรื่อง Memoirs of a Geisha จึงอ่านได้มากกว่าเรื่องรักของหญิงสาวกับท่านประธาน แต่เป็นเรื่องของการสร้างตัวตนเพื่อเอาชีวิตรอด ในโลกที่ความเป็นหญิง ความงาม ร่างกาย ชนชั้น เงิน และอำนาจเกี่ยวพันกันตลอดเวลา โลกเกอิชาเปรียบเสมือน โรงละครขนาดใหญ่ ทุกคนแสดงบทบาท สวมหน้ากาก ซ่อนความรู้สึก และต่อรองอำนาจ ขณะที่ซายูริเองค่อย ๆ เปลี่ยนจากชิโยะเป็น persona ที่สังคมต้องการ จนเกิดคำถามว่าตัวตนเดิมของเธอยังหลงเหลืออยู่เพียงใด หากสรุปแก่นของเรื่องผ่านปรัชญาญี่ปุ่น อาจกล่าวได้ว่า: “Memoirs of a Geisha คือเรื่องของความงามที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อดำรงอยู่ในโลกที่ไม่มีสิ่งใดดำรงอยู่ตลอดไป” ความรัก ความสาว ชื่อเสียง ความงาม โลกเกอิชา และแม้แต่ตัวตนของซายูริล้วนไหลผ่านไปเหมือนน้ำ—งดงาม เปราะบาง ลวงตา และไม่อาจยึดไว้ได้ตลอดกาล