
ตามรอยเจ้าอนุวงศ์ คลี่ปมประวัติศาสตร์ไทย-ลาว
สุเจน กรรพฤทธิ์
ตกตะกอน
หากเราจะเชื่อว่า “ประวัติศาสตร์” นั้นมีใน “หลายด้าน” ในกรณีนี้ พระเจ้าอนุวงศ์ก็ทรงเป็นทั้ง “วีรบุรุษ” ผู้พยายามกอบกู้ “เอกราช” ของลาว และเป็นทั้ง “กบฏ” ต่อราชสำนักสยาม — ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ตามรอยเจ้าอนุวงศ์ คลี่ปมประวัติศาสตร์ไทย-ลาว เป็นหนังสือสารคดีประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่าง “ประวัติศาสตร์” (สิ่งที่เกิดขึ้นจริง) และ “ประวัติศาสตร์นิพนธ์” (การนำเรื่องราวมาผลิตซ้ำหรือตีความใหม่) ผ่านปลายปากกาของ สุเจน กรรพฤทธิ์ ซึ่งพาผู้อ่านไปทำความเข้าใจความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างไทยและลาวผ่านหน้าประวัติศาสตร์ที่ถูกมองจากหลากหลายมุมมอง เนื้อหาและเรื่องราวในหนังสือ จุดเริ่มต้นของสารคดีเล่มนี้มาจากการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องราวของ “ท้าวสุรนารี (คุณย่าโม)” และ “วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์” ก่อนจะขยายขอบเขตการศึกษาออกไปอย่างรอบด้าน ทั้งการค้นคว้าจากหลักฐานชั้นต้นและชั้นรอง พงศาวดารทั้งฝั่งไทยและลาว บันทึกการเดินทางของชาวตะวันตกในยุคสมัยนั้น รวมถึงการลงพื้นที่จริงตามเส้นทางเดินทัพ เส้นทางลี้ภัย และสถานที่วาระสุดท้ายของเจ้าอนุวงศ์ แก่นสำคัญที่หนังสือเล่มนี้นำเสนอคือ การเปรียบเทียบชีวิตและชะตากรรมอันน่าสนใจระหว่าง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กับ เจ้าอนุวงศ์ ทั้งสองพระองค์ต่างเคยทรงเป็น “องค์ประกัน” ในราชสำนักของมหาอำนาจ (พม่าและสยามตามลำดับ) ทรงลุกขึ้นมาต่อsู้เพื่อปลดแอกบ้านเมืองของตนเองให้พ้นจากอำนาจส่วนกลาง ทว่าความแตกต่างของผลลัพธ์ทำให้หน้าประวัติศาสตร์จารึกพระองค์หนึ่งไว้เป็น “วีรบุรุษผู้ชนะ” (สุขนาฏกรรม) ในขณะที่อีกพระองค์หนึ่งกลายเป็น “กบฏผู้แพ้พ่าย” (โศกนาฏกรรม) ที่เวียงจันทน์ยกย่องเป็นวีรบุรุษ แต่กรุงเทพฯ มองว่าเป็นกบฏ ความเห็นหลังอ่าน การดำเนินเรื่องที่กระชับ การหยิบยกข้อมูลหลักฐานมาวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล และมุมมองของผู้เขียนที่ชวนให้คิดตาม ทำให้หนังสือเล่มนี้อ่านสนุกและวางไม่ลง การได้อ่านเรื่องราวเหล่านี้ช่วยกระตุ้นให้เราตั้งคำถามต่อชุดความรู้แบบ “ชาตินิยม” ที่มักปลูกฝังกันมาผ่านแบบเรียนรุ่นต่าง ๆ หนังสือเล่มนี้ทำให้ตระหนักว่า ในยุคสมัยที่ประวัติศาสตร์ถูกเขียนขึ้นโดยผู้ชนะและตอบสนองต่อบริบทการเมือง การมองข้ามพรมแดนรัฐชาติสมัยใหม่ย้อนกลับไปสู่อดีต จะทำให้เราเห็นว่าสงครามในอดีตแท้จริงแล้วคือความขัดแย้งระหว่าง “กษัตริย์กับกษัตริย์” หรือ “เมืองต่อเมือง” ก่อนที่ชาตินิยมและเส้นเขตแดนสมัยใหม่จะถูกสร้างขึ้นเพื่อหล่อหลอมสำนึกความเป็นรัฐในภายหลัง การทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ผ่านรอยต่อของความขัดแย้งและความสูญเสีย จึงไม่ใช่เพื่อตอกย้ำความบาดหมาง แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะเอาใจเขามาใส่ใจเรา รู้จักเพื่อนบ้านอย่างลึกซึ้ง เพื่อก้าวเดินร่วมกันอย่างสันติในประชาคมอาเซียนและเวทีโลกในปัจจุบัน สำนักพิมพ์: สารคดี ฉบับที่อ่าน: พิมพ์ครั้งแรก กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 ราคา: 230 บาท วันที่ซื้อ: 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 วันที่อ่านจบ: 3 สิงหาคม พ.ศ. 2557