
เปลือกมนุษย์ เล่ม 3
ถานสือ
แปลโดย catpandy
ตกตะกอน
เล่มนี้รวมๆ รู้สึกเค้าโครงคดีน่าจะชัดพอควรแล้ว ดูไม่น่าจะมีคดีใหม่ที่หักมุม หรือจุดหักมุมที่พีคมากๆแล้ว ตัวคนร้ายชัด ตลอดเล่มเป็นฉากตำรวจชั้นผู้น้อยต้องต่อสู้หาหลักฐานมาจับกุมคนร้ายที่เป็นผู้มีอำนาจระดับบอสเมืองค่ะ คุณเมิ่งเจายังคงคอนเซปต์ตำรวจเก่ง จิตใจดี ที่หัวร้อนควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่เอาจริงๆ ก็ต้องบอกว่าวางแผนได้ไม่รัดกุมเลยค่ะ ชอบฉายเดี่ยวโดยไม่มีแบ็กอัพ ไม่มีแผนสำรองจริงๆจังๆ ตอนคดีหลูหยาง เรารู้สึกว่าคดีนี้ เมิ่งเจาเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งเสริมให้หลูหยางถลำลึกค่ะ ปากห้ามเขาแต่โทรไปสอบถามเบาะแสจากหลูหยาง ปากว่าตาขยิบอะ ถ้าเราเป็นหลูหยางเราจะรู้สึกว่าเราเป็นสายสืบของตำรวจ เราก็ไม่เลิกหรอก อันที่สองที่เกินจะรับได้มาก คือ โพสต์บทความของหลูหยางเรื่อง cage อันนี้แบบ ถามจริง ทำเพื่อ เพราะมันไมไ่ด้ประโยชน์อะไรเลย มันเปิดเผยข้อมูลมากและเร็วเกินไปทั้งที่ตัวเองไม่มีหลักฐาน สิ่งที่ทำไปส่งผลต่อคดีคือ ทำให้อู๋คนลูก ที่ถูกจับได้แล้ว ถูกสังคมประนาม อู๋คนพ่อกับลูกค้าถูกแหวกหญ้าให้งูตื่นว่าตำรวจรู้เรื่อง cage แล้ว มีหลักฐานอะไรรีบทำลายทิ้ง ยิ่งหาตัวใหญ่ไม่เจอยิ่งควรเงียบที่สุด ถ้า cage ไมไ่ด้มีแค่รังเดียวล่ะ นี่อย่างน้อยๆมันก็มีกรงใส่นก 2 ที่ที่เจอแล้วนะ ถ้าเหตุผลคือแค่อยากทำให้ความตั้งใจของหลูหยางสมหวังนี่ขอเรียกไปปรับทัศนคติหน่อยเถอะ เป้าหมายแท้จริงของหลูหยาง น่าจะเป็นการจับคนร้ายเปิดโปงความจริงทั้งหมดเหมือนกันมั้ย ที่เปิดโปงตอนนี้มันเป็นความจริงไม่ทั้งหมด ทำไมนายมองใกล้จังรองหัวหน้าเมิ่ง เพราะโพสต์ของเมิ่งเจา ทำให้ทางตำรวจก็ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ทีมสืบสวนพิเศษคดีห้าศูนย์หก (คดี cage) จึงถูกจัดตั้ง และผกกสวียังจงใจเชิญลู่สือเชินมาเป็นที่ปรึกษาพิเศษ ไม่ใช่เพื่ออะไรเลย เพื่อให้ไอ้เด็กแซ่เมิ่งเลิกทำให้ฉันเดือดร้อนว่าไม่ทำตามระเบียบ พาคนนอกเข้าออกที่เกิดเหตุแถมพาไปเสี่ยงตาย แบบเดียวกับจะเอาผญเข้าบ้านก็ต้องไปสู่ขอตามธรรมเนียม ไม่ใช่มาแอบอยู่กินก่อนแต่งเลยค่ะ ต่างกันแค่สถานะของที่ปรึกษาลู่ไมไ่ด้เหมือนเมียคอยมาคุม แต่เป็นคนฝึกหมาค่ะ 5555 ผลที่ตามมาคืออู๋จยาอี้เคลื่อนไหว มาพบผกกสวีตรงๆ หงายการ์ดขอโทษสังคมแทนลูก ตั้งมูลนิธิชดเชยเหยื่อการทารุณกรรมหญิง เป้าหมายคืออะไร คาดเดาได้ว่า 1. ลูกไม่รอด แต่ธุรกิจสว่างและมืดของตระกูลต้องรอด เลยต้องมาบอกว่าพ่อลูกไม่เกี่ยวกัน 2. มาพบฝ่ายตำรวจ เพื่อดูว่าจะดีลร่วมมือกันได้หรือไม่ เมื่อพบว่าเมิ่งเจาดีลไม่ได้ ผกกสวีก็ยังสงวนท่าทาง ไม่เปิดช่องให้ดีล แต่ก็ไม่ช่วยเมิ่งเจาตรงๆ หมากต่อไปของอู๋จยาอี๋เพื่อความปลอดภัยเขาต้องเดินแผนเองที่ไม่พึ่งตำรวจ ในการจะจัดการเมิ่งเจา คือใช้นักข่าวเอาจุดอ่อนเรื่องซ้อมผู้ต้องสงสัยมาชักจูงสังคมให้เมิ่งเจาโดนพักงาน ทำให้การสืบของเมิ่งเจาโดนขัดขวาง จุดที่ทำให้สงสัยจริงๆคือการเปลี่ยนรองผกกอวี๋มาคุมทีมแทนเมิ่งเจา และโยกย้ายคนของเมิ่งเจาไปอยู่งานที่ไม่เกี่ยวกับคดี ถ้าผกกสวีหรือรองอวี๋สะอาดจริง แค่เบรกแผนนักข่าวไมไ่ด้ ก็ไม่เห็นต้องย้ายคนของเมิ่งเจาจริงจัง พอถึงตอนแผนช่วยตัวประกันหลินม่ายจริงๆเราเห็นด้วยกับลู่สือเชินมาก การที่แผนรั่วไหลไปถึงคนร้ายได้ย่อมต้องสงสัยตำรวจด้วย แต่คุณที่ปรึกษาลู่ดันโดนเลกเชอร์ว่าด้วยความเชื่อใจสวนกลับซะงั้น แบบ หน่านิ เออ ความเชื่อใจเมื่อยังไม่มีหลักฐานมันก็ใช่ แต่การปฏิบัติการมีปัญหาที่สาเหตุอาจเกิดจากคนภายใน ยังไงก็ต้องสืบสวนภายในด้วยสิ จะล่าแบ้ อย่างน้อยใครเข้าถึงแผน เขาเป็นใครพื้นเพยังไงก็ต้องสืบว้อย เรื่องอื่นเขาก็สืบกัน จะมามิตรภาพซุปไก่อะไรตรงนี้ ยิ่งพิมพ์ยิ่งลดคะแนนฝั่งสืบสวน แต่ฝั่งเลิฟไลน์คือไปเรื่อยๆเลยค่ะ ความสัมพันธ์แบบ enemy (ฝ่ายเดียว) to (มึน) lovers ลู่สือเชินไม่รู้จักการชอบใครสนใจแต่เมิ่งเจา ส่วนเมิ่งเจาที่ยังยอมรับไม่ค่อยได้ว่าตัวเองสนใจผู้ชาย สถานะความสัมพันธ์ที่เหมือนจะเป็นเพื่อน ถูกความเมาทำลายสติจนเหลือแต่สัญชาติญาณ รู้ตัวอีกทีก็เลยเถิดไปแล้ว อย่างน้อยก็ไม่ถึงขั้นอยู่ล่างโดยสมบูรณ์ เมิ่งเจาก็มึนกำเริบ ปากบอกอยากหลบหน้า แต่หาเรื่องให้ที่ปรึกษาพิเศษมารายงานตัวที่หน่วยทุกวัน ปากไม่ตรงกับใจเลยพี่ชาย พอทนความกระอั่กกระอ่วนไม่ไหวเมิ่งเจาขอเปิดใจว่าฉันพอจะรู้ว่าสิ่งที่เราทำไปมันไม่ใช่เพื่อน แต่ขอเวลาให้เขายอมรับมันหน่อย ก็เจอคนแซ่ลู่ที่ควรจะเย็นชาหน้าตายไม่อนุมัติการรอ เพราะฉันรอนายรู้ตัวมานานแล้ว ของแบบนี้นายทำตามใจตามสัญชาติญาณก็พอ จะหาเหตุผลอะไรมากมาย พูดได้ดี คนอารมณ์แปรปรวนสอนคนอื่นให้ทำตามอารมณ์แล้วค่ะ ณ จุดนี้ หลังจากนั้นก็แจกโมเมนต์รัวเลยค่ะ ออกไปแอบสืบตอนเมิ่งเจาโดนพักงานด้วยกัน เมิ่งเจาจองที่พักสองห้องแล้วไง ก็มาแจ้งให้ทราบหน้าด้านๆเลยว่าฉันอยากนอนกับนาย ไม่อยากทำก็แค่นอนด้วยกันเฉยๆ พอต้องย้ายที่พักพี่ลู่เราก็จองที่พักเองเป้นห้องสวีตหนึ่งเตียงใหญ่ไปเลย ห้ามแยกเตียง ฉันชัดเจนขนาดนี้แล้วเมื่อไหร่นายจะชัดเจน ตบท้ายด้วยเมิ่งเจาเป็นคนเจ็บให้ลู่สือเชินกระวนกระวายบ้าง สลับบทกันลู่สือเชินยิ่งเข้าใจใจเขาใจเรา ความรักของลู่สือเชินที่ขับเคลื่อนด้วยสัญชาติญาณกับความรู้สึกแปลกใหม่ที่เขาไม่รู้จัก จะเป็นความรักหรือแค่ความหลงใหลครอบครอง จะเป็นรักที่บิดเบี้ยวมั้ย ยังน่าติดตามอยู่ค่ะ ส่วนคดีก็คิดเสียว่ามีพอเป็นธีมสืบสวนค่ะ