
จวบจนสิ้นแเสงแดงดาว
กิตติศักดิ์ คงคา
ตกตะกอน
"นั่นสิอุทิศ ไหนจริงไหนฝัน เรื่องนั้นฉันก็ไม่เคยมั่นใจ..." เป็นงานเขียนของพี่เบสที่ส่วนตัวรักมากที่สุดเท่าที่เคยได้อ่านมา เราค้นพบว่าเราชอบประเด็นใหญ่ของหนังสือเล่มนี้มากๆ เราชอบและเราอินกับมันมากๆ อีกทั้งมันยังเต็มไปด้วย easter eggs และ gimmick เอาใจนักอ่านแบบสุดๆ คือการคงอยู่ของ dialogue ระหว่างทาง และ meaning ของสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น มันมีความหมายหมดเลย ส่วนตัวเลยแอบรู้สึกว่า หรือนี่จะเป็นงานเขียนที่พี่เบสใส่ทุกอย่างที่ตัวเองรักและอินลงไปจนหมดกันนะ . จุดที่โดดเด่นที่สุดของงานเขียนชิ้นนี้ คือเป็นวรรณกรรมอิงประวัติศาสตร์ที่งดงามที่สุดเรื่องหนึ่งที่เราเคยได้อ่านมา มันคือประวัติศาสตร์เมื่อ 50 ปีก่อน ที่ทาบทับกับประวัติศาสตร์ของประเทศเรา แต่ในขณะเดียวกัน เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าประวัติศาสตร์เหล่านั้นมันถูกต้อง ? ในเมื่อคนเขียนประวัติศาสตร์คือผู้ชนะเสมอ (นี่คือ mindset หนึ่ง ที่ทำให้เราไม่เคยสนใจประวัติศาสตร์ เพราะเราไม่รู้ว่ามันจริงแค่ไหน) อีกทั้งมันยังพูดถึงปมความขัดแย้ง ความเชื่อ และความเป็นมนุษย์ได้ลุ่มลึกมากๆ ผ่านการใช้ภาษาที่ไพเราะและสวย เข้ากับบริบทสุดๆ เป็นงานเขียนที่เต็มไปด้วยรายละเอียดปลีกย่อยที่ชวนให้ได้แกะระหว่างอ่านและหลังอ่านจบ หรือจะอ่านเฉยๆ ไม่สนใจก็เพลิดเพลินได้เหมือนกัน . จุดที่โดดเด่นอีกอย่างคือ ตลอดทั้งเล่มเต็มไปด้วยเชื้อไฟที่เอาใจสาววายแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากๆ คือจะอ่านให้เป็นนิยายเกขมๆ เรื่องหนึ่งก็ได้ แต่จะอ่านให้ไม่เกก็ได้เช่นกัน ตลอดทั้งเล่มมีเลเยอร์ของความจริงและไม่จริงปะปนอยู่เต็มไปหมด มีทั้งมุมมองของตัวละคร และการตีความ รวมถึงช่องว่างระหว่างเรื่องราว ที่เปิดพื้นที่ให้คนอ่านได้มีส่วนร่วมเยอะมากๆ . ความเป็นมนุษย์ที่งานเขียนชิ้นนี้พูดมันทรงพลังและเข้ากับยุคสมัยมากๆ ตราบใดที่เราต่างมองว่าการเมืองเป็นเรื่องของทุกคน และเราอยู่ในโลกที่มีทั้งฝ่ายซ้ายและขวาจัดๆ คนตรงกลางล่ะอยู่ตรงไหนในสมการนี้ คำตอบมันจึงต้องมองย้อนกลับไปว่า แล้วถ้าเราไม่มีเรื่องอุดมการณ์ ไม่มีเรืองการเมือง ความเชื่อ เราจะเป็นมนุษย์ธรรมดาๆ ที่อยู่ด้วยกันได้ไหม