
สารลับสุดท้ายของคนตาย
ฮิงาชิโนะ เคโงะ
แปลโดย บัณฑิต ประดิษฐานุวงษ์
ตกตะกอน
“ฉันมีความสุขที่ได้ฟังเพลงของ เดอะบีเทิลส์กับเธอ…” เป็นนิยายสืบสวนดราม่าที่อ่านสนุก ติดมือ และสมความคาดหวังทุกประการ เพราะนอกเหนือจากพาร์ทการสืบสวนที่มีรูปแบบการสืบคดีที่ตรงเทสต์เราแบบสุดๆ แล้ว ยังครบเครื่องเรื่องรสชาติ ทั้งในความเป็นสืบสวน ตลก และรอมคอม เราชอบที่ตลอดระยะเวลาที่อ่าน เรื่องราวไม่ได้บีบคั้นทางอารมณ์อย่างรุนแรง แต่กลับทำให้เราติดตามและไม่อยากปล่อยมือผ่านการเล่าเรื่องและลำดับเรื่องที่เหมือนกับเรานั่งชมภาพยนตร์ดีๆ สักเรื่อง ถึงแม้ว่า element โดยรวมของงานเขียนชิ้นนี้จะคลีเซ่ในความเป็นงานญี่ปุ่นอยู่สักหน่อย เพราะเขียนขึ้นตั้งแต่ปี 1988 ก็ตามที . จุดที่โดดเด่นที่สุดของงานเขียนชิ้นนี้ คือพาร์ทการสืบสวนที่ผสมผสานเข้ากับเรื่องราวความสัมพันธ์ของ 2 ตัวละครหลักอย่าง เคียวโกะ คอมปาเนียนสาว และ ชิบาตะ ตำรวจสืบสวนหนุ่ม ที่ดันบังเอิญมาอยู่ข้างห้องกันโดยไม่ได้ตั้งใจ เรื่องราวขับเคลื่อนไปผ่านการสืบสวนที่จะต้องคอยไปตามหาหลักฐานผ่านคำให้การ และหลักฐานต่างๆ ที่กระจายอยู่หลากสถานที่ เพื่อรวบรวมจิ๊กซอว์ชิ้นต่างๆ ประกอบกันจนกลายเป็นคำตอบที่สมบูรณ์ พร้อมด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสองตัวละครหลักผ่านช่วงเวลาของการพักผ่อนในยามค่ำคืน ซึ่งชวนให้รู้สึกเหมือนได้ผ่อนคลายเรื่อยๆ ระหว่างทาง พร้อมด้วยเคมีของสองตัวละครหลักที่น่าลุ้นและเอาใจช่วยให้เปลี่ยนจากเพื่อนไปเป็นอื่นเสียจริงๆ . อีกจุดที่น่าสนใจเกี่ยวกับงานเขียนชิ้นนี้ คือการหยิบยกเอาอาชีพอย่าง “คอมปาเนียน” มาเป็นอาชีพหลักของตัวละคร เรารู้สึกว่าสิ่งนี้เป็นความรู้ใหม่สำหรับตัวเอง (แต่อาจจะไม่ได้ใหม่สำหรับคนอื่น) เพราะเราไม่เคยรู้จักอาชีพนี้มาก่อน และไม่รู้ว่าอาชีพนี้มันต้องทำอะไรบ้างกันแน่ เราจึงได้เห็นมิติของคนที่ทำงานคอมปาเนียนผ่านคาแรคเตอร์ของตัวละครอย่าง เคียวโกะ และคนอื่นๆ รอบตัว ว่าเหตุใดกันจึงทำให้พวกเธอเหล่านี้เลือกทำอาชีพนี้ (ซึ่งก็อาจจะเกี่ยวข้องกับบริบทในยุคสมัยนั้นด้วย) ซึ่งพาร์ทนี้เป็นอีกสิ่งที่ดึงดูดให้เราสนใจอยากอ่านนิยายเรื่องนี้ตั้งแต่แรกๆ . จุดที่เราชอบที่สุดของนิยายเรื่องนี้ คือ vibes ทั้งหมดที่เราได้รับตลอดทั้งเล่ม ทั้งการสืบสวนที่ไม่ได้จำกัดอยู่ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง การออกไปสืบผ่านการชักพยานและรวมรวบหลักฐาน พาร์ทความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ตัวละครหลัก ที่เคมีทั้งสองเข้ากันมากๆ จนเชียร์ให้คบกันไปเถอะตั้งแต่อ่านได้เพียงบทแรกๆ เราชอบมวลความเป็นญี่ปุ่นในหนังสือเล่มนี้มากๆ เพราะมันย่อยง่าย สนุก เห็นภาพตามชัดเจน และอย่างที่ได้บอกไว้ว่าถึงแม้หลายอย่างมันจะคลีเซ่ ทั้งในเชิงของกลคดี รูปแบบการสืบสวน เพราะเขียนตั้งแต่ปี 1988 แต่งานเขียนชิ้นนี้ก็ผ่านกาลเวลาจนพิสูจน์ตัวเองกับเราได้สำเร็จ ว่า อ.เคโงะ เป็นนักเขียนที่เล่าเรื่องได้สนุกมากจริงๆ . อีกสิ่งที่อยากขอชื่นชมเป็นพิเศษ คือการแปลที่อ่านได้ไหลลื่น กระชับ ของ อ.บัณฑิต ประดิษฐานุวงษ์ ที่ผ่านการแปลผลงานของ อ.เคโงะ มาแล้วหลากหลายเล่ม (และหลายเล่มก็เป็นผลงานที่เราชอบมากๆ ด้วย) ในเล่มนี้คือต้องชื่นชมเลย เพราะตลอดระยะเวลาที่อ่านไม่มีตรงไหนที่รู้สึกติดขัด หรืออ่านแล้วสะดุด แล้วยิ่งพอผนวกเข้ากับการเป็นงานเขียนตั้งแต่ปี 1988 อีก การได้ อ.บัณฑิต ที่เข้าใจวัฒนธรรมของญี่ปุ่นมากๆ มาเป็นผู้แปล เลยเหมือนทำให้เราได้ร่วมออกสืบสวนไปกับตัวละครและพาตัวเองเข้าสู่ช่วงเวลาก่อนปี 2000 ที่เป็น setting ของเรื่องราวได้อย่างอัลตร้าสมูทสุดๆ . โดยรวมนี่คือนิยายสืบสวนที่สนุกครบรส ดำเนินเรื่องเร็วและชวนให้ติดตาม เป็นงานกลุ่ม page-turner ที่เหมาะสำหรับนักอ่านทุกคน เพราะเรื่องราวภายในเล่มค่อนข้างกระชับ อ่านติดมือ สามารถอ่านรวดเดียวจบได้ไม่ยาก แถมยังมาพร้อมกับ vibes ความเป็นญี่ปุ่นที่ชวนให้เห็นภาพตามได้เป็นอย่างดี และสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับแฟนๆ ของ อ.เคโงะ ก็คือ นี่เป็นครั้งแรกที่นิยายเรื่องนี้ได้แปลเป็นภาษาไทย เพราะงั้น แฟนด้อม อ.เคโงะ ทุกคน บอกได้เลยว่า ห้ามพลาด!