
คืนฝนลวง
มิจิโอะ ชูสุเกะ
แปลโดย จันทิมา ทะคิโมะโตะ
ตกตะกอน
เร็น ชายหนุ่มอายุ 19 อาศัยอยู่กับคาเอเดะ น้องสาวนักเรียนม.ต้นอายุ 14 และมุตสึโอะ พ่อเลี้ยงที่เพิ่งแต่งงานกับแม่ของพวกเขาได้ไม่นานแม่ก็ด่วนจากไปจากอุบัติเหตุ ความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ประดักประเดิดนำไปสู่ปัญหา เร็นต้องทิ้งเส้นทางเรียนต่อมาทำงานร้านสะดวกซื้อเพื่อหาเงินส่งน้องสาวเรียน ในวันที่พายุฝนโหมกระหน่ำ เร็นกลับบ้านมาพบคาเอเดะกำลังเช็ดรอยเปื้อนบนกระโปรง และคาเอเดะบอกว่ารอยเปื้อนนั้นเกิดขึ้นในบ้าน ราวงกับในพายุฝนมีมังกรซุ่มซ่อนจ้องมอง มังกรที่ตามตำนานว่ากันว่าถือกำเนิดจากความแค้น ความโกรธแค้นต่อพ่อเลี้ยงทำให้ให้เร็นตัดสินใจจะฆ่าพ่อเลี้ยงเพื่อปกป้องน้องสาว วิธีที่เขาลงมือโอกาสสำเร็จต่ำมากแต่ถ้าสำเร็จจะดูเหมือนเป็นอุบัติเหตุ แล้วพวกเขาสองพี่น้องก็จะหลุดจากนรกในบ้าน การลงมือท่ามกลางพายุฝนพร่ามัวที่บดบังความจริงได้นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เกินกว่าเร็นจะคาดคิด ตัวคดีกับสไตล์ของนักเขียนที่อาจมีผลต่อการอ่านและสปอย จะใส่ * ไว้ก่อนถึงและจะเอาไว้พูดถึงทีหลัง ที่พูดได้แบบไม่สปอยคือ เป็นสืบสวนแบบเมืองวุ่นคนวาย เรื่องร้ายๆมักไม่มาเดี่ยวและไม่ได้เกิดกับคนคนเดียว ธีมเรื่องคือปัญหาครอบครัวค่ะ บ้านโซเอคิดะมีพ่อเลี้ยงเฮงซวยกับลูกเลี้ยงวัยรุ่นชายหญิงที่ไม่สนิทกัน บ้านมิโซตะมีแม่เลี้ยงวัยสาวที่ถูกสองพี่น้องต่อต้านเพราะคิดว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของแม่ด้วยเหตุผลบางอย่าง บ้านโซเอคิดะดูเผินๆก็ปัญหาที่ดูตรงไปตรงมาน่าอึดอัดใจ บ้านมิโซตะยังดูมีอะไรให้เพ่งเล็งใช่มั้ยคะ พออ่านไปแล้วจะต้องได้อึ้งซักทีสองทีเป็นอย่างน้อยค่ะ ใครชอบท้าทายสู้มือกับนักเขียนสายหลอกคนอ่านเน้นๆ ทรงแบบไม่ใช่สืบสวนคลาสสิก เรื่องนี้ควรอ่านค่ะ อาจจะหายากหน่อยเพราะสนพปิดตัวไปนานแล้ว แต่ถ้าหาได้คือคุ้มค่าแน่นอนค่ะ *ตรงนี้ไม่สปอยเนื้อเรื่องโดยตรง วิเคราะห์สไตล์การเล่าเรื่องและทริกของนักเขียนเฉยๆ" อ.มิจิโอะเป็นคนที่มีสไตล์ในการเล่าเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์มากค่ะ ถ้าให้นิยามด้วยภาษาของเรา คือ ฝนตกขี้หมูไหล คนอะไรมาเจอกัน + ตาบอดคลำช้าง ค่ะ คือคดีของอ.จะไม่ใช่แค่ A เก็บ B เพราะโลกนี้ก็ไม่ได้มีแค่สองเรา คนแต่ละคนล้วนมีสัมพันธ์กับคนอื่น คนที่มีอะไรคล้ายกันก็จะถูกดึงดูดเข้าหากัน ทุกความสัมพันธ์มีผลต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ประมาณนั้นค่ะ การเล่าเรื่องของอ.เลยเป็นแบบ เล่าผ่านมุมมองของคนแต่ละคนในวังวนนี้ ซึ่งทุกคนล้วนเหมือนตาบอดคลำช้าง คนเราเห็นแค่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า ร่วมกับอคติบังตาหรือเจตนาจะปิดบัง ก็ยิ่งมองไม่เห็นความจริงทั้งหมด และเราในฐานะนักอ่านที่อ่านเรื่องราวของเหล่า'คนตาบอด' อีกที ถ้าเผลอไหลตามฟังความข้างเดียวเมื่อไหร่ ก็เตรียมโดนหลอกได้เลยค่ะ เนื่องจากเราอ่านงานของอ.มิจิโอะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 2 แล้ว รอบนี้เราเลยอ่านแบบตั้งป้อมระแวงทุกหน้า ทริกอย่างหนึ่งที่อ.ชอบใช้คือ 'ของคู่เหมือน' ค่ะ ถ้าเจออะไรเล็กๆน้อยๆ แต่หาคู่เหมือนของคล้ายในเรื่องต้องจhองไว้ดีๆ แล้วลองคิดในมุมที่ต่างจากตัวละครเล่าจะเจอความจริงค่ะ อีกอย่างคือคนที่ไม่ค่อยเล่าอะไรในเรื่อง ถ้าไม่ใช่เขาไม่รู้ ก็คือเขาไม่อยากเล่า จงเพ่งมองคนพวกนี้ไว้ อันนี้มีสปอยเรื่องค่ะ คนที่เราเพ่งเล็งมากในเรื่องนี้คือคาเอเดะค่ะ สิ่งที่เธอเล่า ไม่ได้อธิบายสิ่งที่เกิดกับเธอได้ทั้งหมด เธอมีอะไรปิดบังไว้ที่โดนฉาบหน้าด้วย'หัวข้ออ่อนไหว ไม่อยากพูดถึง' เธอนี่แหละมีพื้นที่ให้ซุกความลับที่ใหญ่ที่สุด ส่วนจุดที่ทำให้เราหันหัวไปถูกทางจริงๆคือจดหมายขู่ค่ะ คีย์สำหรับเราคือ ของที่คนเราจะรู้สึกคุ้นตา มักจะเป็นของที่เราได้เห็นบ่อย หรือได้เห็นไม่นานนี้ ไม่ใช่ของที่เห็นแค่ครั้งเดียว กับเนื้อหาการขู่ มันไม่สอดคล้องกับ mindset ของคนที่คนในเรื่องคิดว่าใช่ค่ะ พอคิดแบบนี้ ก็มีคนน่าสงสัยอีกคนโผล่ขึ้นมาทันทีเลยค่ะ เราไมไ่ด้โดนหลอกเรื่องคดีที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเท่าไหร่ แต่ที่หลอกเราได้แบบเต็มๆคือเรื่องในอดีตค่ะ เรื่องที่คนดูแลสุสานเล่าคืออึ้งที่สุด รองลงไปคือความจริงในวิดีโอของบ้านมิโซตะ นั่นก็เหวอแรงเช่นกัน