DUNE
Frank Herbert · แปลโดย ดาวิษ ชาญชัยวานิช
Sci-Fi · Fiction · Philosophy
Baannakarn · Reader to Reader
พื้นที่ส่งต่อหนังสือดีๆ จากนักอ่านสู่นักอ่าน
สหรัฐ เจตมโนรมย์
Religion · Self-help · Philosophy · Memoir
21 คืนที่ฉันหายใจในหมู่บ้านพลัม บันทึกการปฏิบัติธรรมและการเดินทาง ของ สหรัฐ เจตมโนรมย์ ที่บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางไปร่วมงานภาวนา ณ หมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส ภายใต้ร่มเงาแห่งธรรมของครูทางจิตวิญญาณระดับโลกอย่าง ท่านพุทธศาสตรจารย์ นัท ฮันห์ (หลวงปู่ติช นัท ฮันห์) เรื่องราวและเนื้อหาในหนังสือ ถ่ายทอดประสบการณ์การใช้ชีวิตเป็นเวลา 21 คืน ในหมู่บ้านพลัม สถานปฏิบัติธรรมอันสงบเงียบและเปี่ยมด้วยพลังแห่งสติ ผู้เขียนได้บอกเล่าเรื่องราวการเดินทาง บรรยากาศของสถานที่ และการทำกิจกรรมร่วมกับผู้คนหลากหลายเชื้อชาติและภาษา ผ่านการฝึกฝน "ศิลปะแห่งการใช้ชีวิต" ที่ไม่ได้มีเพียงแค่การนั่งสมาธิหรือฟังธรรมรวม 15 ครั้งเท่านั้น แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะอยู่กับลมหายใจในทุก ๆ อิริยาบท ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การนั่ง การดื่มชา การเขียนหนังสือ หรือแม้แต่การทำของหล่น ทุกอย่างล้วนขับเคลื่อนด้วยสติและความอ่อนโยน ผู้อ่านจะได้ซึมซับคำสอนที่ลึกซึ้ง เช่น แนวคิดเรื่อง "ไม่มีโคลนตม ไม่มีดอกบัว" หรือการตระหนักรู้ว่าความสุขและความทุกข์ต่างหลอมรวมกันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ผ่านสำนวนภาษาที่ละเอียดอ่อนและเป็นกันเอง ราวกับว่าตัวผู้อ่านเองได้เข้าไปนั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่และร่วมปฏิบัติภาวนาเคียงข้างผู้เขียนด้วย ความเห็นหลังอ่าน 21 คืนที่ฉันหายใจในหมู่บ้านพลัม เป็นหนังสือธรรมะและบันทึกการเดินทางที่อ่านเพลิดเพลินและอิ่มเอมใจอย่างยิ่ง การถ่ายทอดเรื่องราวการเจริญสติที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน กลับมารู้สึกตัวอยู่กับลมหายใจเข้า-ออก ณ ปัจจุบันขณะ ช่วยให้ผู้ที่ไม่มีโอกาสเดินทางไปสัมผัสสถานที่จริงอย่างเรา สามารถเรียนรู้และน้อมนำพลังแห่งสติมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันผ่านตัวอักษรได้อย่างงดงาม ถือเป็นหนังสืออีกเล่มที่ควรค่าแก่การหยิบมาอ่านทบทวนเพื่อขัดเกลาจิตใจให้สงบเย็นท่ามกลางโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว สำนักพิมพ์: มูลนิธิหมู่บ้านพลัมประเทศไทย ฉบับที่อ่าน: พิมพ์ครั้งที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2554 ราคา: 220 บาท วันที่ซื้อ: 13 เมษายน พ.ศ. 2554
โอกูม่า ฮิเดโอ (Oguma Hideo) · แปลโดย มนตรี อุมะวิชนี
Short Story · Philosophy · Self-help
ปลาย่าง เป็นนิทานเรื่องสั้นสองภาษา (หน้าซ้ายภาษาญี่ปุ่น หน้าขวาภาษาไทย) ผลงานระดับชิ้นเอกของ โอกูม่า ฮิเดโอ กวีและนักเขียนชาวญี่ปุ่นผู้ล่วงลับ ซึ่งสะท้อนปรัชญาชีวิตอันลึกซึ้งผ่านเรื่องราวเรียบง่ายแต่บาดลึก เรื่องราวและเนื้อหาในหนังสือ เรื่องราวเริ่มต้นจากปลาแมคเคอเรลตัวหนึ่งที่ถูกจับขึ้นมาจากท้องทะเล ถูกนำมาวางขาย และกำลังจะถูกปรุงเป็น “ปลาย่าง” อาหารมื้อค่ำสำหรับครอบครัว ทว่าแม้จะอยู่บนเตาย่างและกำลังสูญเสียสภาพร่างกายไปทีละส่วน เจ้าปลาย่างกลับมีความปรารถนาสูงสุดเพียงอย่างเดียวคือ “การได้กลับบ้าน” ที่ท้องทะเลอันเป็นที่รัก การเดินทางกลับบ้านของปลาย่างจึงเริ่มต้นขึ้น มันยอมแลกเนื้อหนังและชิ้นส่วนร่างกายของตนเองเพื่อแลกกับการขอความช่วยเหลือจากสัตว์ตัวอื่น ๆ เช่น แมว เพื่อให้พาเดินทางกลับสู่ทะเล แม้ร่างกายจะค่อย ๆ สลายกลายเป็นเพียงก้างปลาทีละน้อยผ่านการช่วยเหลือที่มีสิ่งแลกเปลี่ยนบ้าง ความจริงใจบ้าง แต่มันก็ไม่เคยล้มเลิกความตั้งใจ จนกระทั่งเดินทางมาถึงชายหาดสูดกลิ่นอายทะเล และปล่อยให้ซากก้างปลาชิ้นสุดท้ายหลอมรวมกลับคืนสู่ท้องทะเลสมใจปรารถนา เบื้องหลังงานเขียนชิ้นนี้ โอกูม่า ฮิเดโอ เขียนขึ้นเมื่อมีอายุเพียง 22 ปี สะท้อนชีวิตอันยากลำบากและการต่อสู้ดิ้นรนท่ามกลางความทุกข์ยากจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ขณะที่สำนวนแปลภาษาไทยเป็นผลงานของ ดร.มนตรี อุมะวิชนี กวีผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุค ความเห็นหลังอ่าน นิทานเล่มบาง ๆ ที่อ่านจบได้ในเวลาไม่นานเล่มนี้ แฝงไปด้วยปรัชญาการดำเนินชีวิตแบบญี่ปุ่นอย่างเข้มข้น ทั้งความเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่น และความยึดมั่นในปณิธานแบบวิญญาณซามูไร คล้ายกับที่เรามักพบเห็นได้บ่อยในวรรณกรรมหรือภาพยนตร์ญี่ปุ่นหลายเรื่อง การยอมสูญเสียทุกสิ่งแม้กระทั่งร่างกาย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดของชีวิต คือความหมายอันทรงพลังที่ซ่อนอยู่ภายใต้นิทานเรื่องสั้นเรื่องนี้ เป็นหนังสือเล่มเล็ก ๆ ที่อ่านแล้วทิ้ง ร่องรอยความคิดให้ขบคิดต่อได้อย่างยาวนาน ภาพปกและภาพประกอบ: เกียรติศักดิ์ ผิวขาว สำนักพิมพ์: เรือนปัญญา ฉบับที่อ่าน: พิมพ์ครั้งที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ราคา: 50 บาท
วินทร์ เลียววาริณ
History · Spirituality · Philosophy · Religion
มังกรเซน เป็นหนังสือที่ชวนให้ทำความความเข้าใจเกี่ยวกับ “เซน” ซึ่งหลายคนมักเข้าใจว่าเป็นพุทธวิถีแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ แต่แท้จริงแล้วรากเหง้าและจุดกำเนิดนั้นย้อนลึกไปไกลกว่านั้น หนังสือเล่มนี้จึงทำหน้าที่คล้ายสะพานพาผู้อำนวยย้อนเวลากลับไปสำรวจประวัติศาสตร์และแก่นแท้ของเซน เรื่องราวและเนื้อหาในหนังสือ หนังสือรวบรวมประวัติศาสตร์และแนวคิดของอาจารย์เซนระดับ “มังกร” ในตำนาน เริ่มตั้งแต่พระโพธิธรรมผู้เป็นปฐมาจารย์ในยุคแรก ไล่เรียงมาสู่อาจารย์เซนในยุคกลางของจีน เช่น ซึโถวซีเฉียน, หม่าจู้เต้าอี้, ไป่จ้างหวยไห่, หนานเฉียนผู่เหยียน และเจ้าโจว ไปจนถึงการเดินทางข้ามไปรุ่งเรืองและหยั่งรากลึกในญี่ปุ่นผ่านอาจารย์เซนอย่าง เอไซ และโดเก้น เนื้อหาไม่ได้มีเพียงประวัติศาสตร์และหลักปรัชญาที่เคร่งเครียด แต่ยังร้อยเรียงสลับด้วยนิทานธรรม ปริศนาธรรม และเรื่องราวชีวิตของเหล่าอาจารย์เซนที่มีทั้งความเรียบง่ายและเปี่ยมด้วยสีสัน เพื่อสะท้อนให้เห็นวิถีการฝึกจิตและการตื่นรู้ในรูปแบบต่าง ๆ ความเห็นหลังอ่าน สิ่งหนึ่งที่สะดุดใจตั้งแต่เริ่มอ่านคือความเข้าใจที่ว่า เซนไม่ใช่พุทธแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม แต่มีวิวัฒนาการและการเดินทางที่น่าสนใจมาก เมื่ออ่านจบแล้ว หากถามว่าเข้าใจเซนอย่างถ่องแท้หรือยัง คำตอบคืออาจจะยังไม่ทั้งหมด เพราะเซนไม่ใช่สิ่งที่ต้องใช้สมองพยายามทำความเข้าใจด้วยตรรกะ แต่มันคือประสบการณ์และการลงมือปฏิบัติ เมื่อถึงเวลาและวาระที่จิตพร้อม ความเข้าใจนั้นจะเกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้จึงไม่ใช่สูตรสำเร็จตายตัว แต่เป็นการเตือนให้เราหกลับมาตระหนักรู้และมีสติอยู่กับ *“ปัจจุบันขณะ”* หนังสือเล่มนี้อาจจะอ่านง่ายในแง่สำนวนภาษา แต่ก็ลึกซึ้งจนต้องค่อย ๆ คิดตาม ทว่าท้ายที่สุดแล้ว แม้จะจับประเด็นได้เพียงน้อยนิด ก็ถือว่าได้เปิดประตูทำความรู้จักกับโลกของเซนและทำให้ใจที่ร้อนรุ่มในยุค “เท่าไรก็ไม่พอ” เย็นลงได้บ้าง สำนักพิมพ์: 113 ฉบับที่อ่าน: พิมพ์ครั้งแรก ตุลาคม 2552 ราคา: 235 บาท วันที่ซื้อ: 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
หลุยส์ เซปุล์เบดา · แปลโดย สถาพร ทัพยศักดิ์
Self-help · Psychology · Philosophy
นางนวลกับมวลแมว ผู้สอนให้นกบิน เป็นวรรณกรรมเยาวชนที่ผู้เขียนบอกว่าเหมาะสำหรับผู้อ่านอายุ 8–80 ปี และเมื่ออ่านจบแล้วก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะแม้จะเป็นเรื่องราวของสัตว์และใช้ภาษาที่อ่านง่าย แต่กลับเต็มไปด้วยข้อคิดสำคัญเกี่ยวกับสัญญา ความรัก มิตรภาพ และการยอมรับความแตกต่าง เรื่องย่อ เรื่องเริ่มต้นจากนกนางนวลตัวหนึ่งที่ประสบอุบัติเหตุจากคราบน้ำมันในทะเล ก่อนสิ้นใจมันได้ฝากไข่ไว้กับ *ซอร์บาส แมวดำแห่งท่าเรือ พร้อมขอให้รับปากว่าจะทำสามสิ่ง คือ กกไข่ ฟักไข่ และสอนลูกนกให้บิน แมวซอร์บาสรับปาก แม้ภารกิจนี้จะเกินกำลังและผิดธรรมชาติของแมวอย่างยิ่ง เขาจึงต้องอาศัยความช่วยเหลือจากเพื่อนแมวตัวอื่น ๆ ในท่าเรือ เพื่อดูแลลูกนกนางนวลที่ฟักออกมาและตั้งชื่อว่า โชคดี *เหล่าแมวเลี้ยงดูโชคดีด้วยความรักและความเอ็นดู แม้จะผูกพันกันมากเพียงใด พวกมันก็ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนนกนางนวลให้กลายเป็นแมว เพราะรู้ดีว่าโชคดีต้องเติบโตและดำเนินชีวิตในแบบของนกนางนวล นั่นคือการโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ความเห็นหลังอ่าน หนังสือเล่มนี้มีเรื่องให้คิดมากกว่าที่คาดไว้ ตั้งแต่เรื่องของการรักษาสัญญา ความร่วมมือ ความรักและการดูแลสิ่งที่อ่อนแอกว่า ไปจนถึงการยอมรับว่าผู้ที่แตกต่างจากเราไม่จำเป็นต้องเหมือนเรา สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือเหล่าแมวรักโชคดีอย่างที่มันเป็น พวกมันไม่ได้รักเพราะอยากครอบครอง หรืออยากให้ลูกนกอยู่กับตนตลอดไป แต่รักมากพอที่จะยอมปล่อยให้มันบินไปตามธรรมชาติของตัวเอง หนังสือยังเสียดสีมนุษย์อย่างแหลมคมผ่านมุมมองของเหล่าแมว โดยชวนให้ย้อนคิดว่า มนุษย์ที่คิดว่าตนฉลาดกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นนั้น เข้าใจและให้เกียรติความแตกต่างมากเพียงใด แม้แต่มนุษย์ด้วยกันเองที่ใช้ภาษาเดียวกัน บางครั้งก็ยังสื่อสารและเข้าใจกันได้ยาก นางนวลกับมวลแมว ผู้สอนให้นกบิน จึงไม่ใช่เพียงนิทานอบอุ่นเกี่ยวกับแมวกับนกนางนวล แต่เป็นเรื่องของความรักที่ไม่บังคับ ความรับผิดชอบต่อคำพูด และการเคารพคุณค่าของชีวิตที่แตกต่างจากเรา เป็นหนังสือเล่มเล็กที่อ่านจบแล้วอยากแนะนำต่อ และอยากชวนให้มนุษย์ทุกคนลองหันกลับมามองตนเองว่า เราเปิดใจยอมรับสิ่งที่แตกต่างจากเราได้มากพอแล้วหรือยัง สำนักพิมพ์: ผีเสื้อ ฉบับที่อ่าน: พิมพ์ครั้งที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ราคา: 98.50 บาท วันที่ซื้อ: 17 สิงหาคม พ.ศ. 2551
คาลิล ยิบราน
Philosophy
ชีวิตเริ่มต้นด้วยความรัก
Paolo Coelho
Philosophy · Self-help
มีความเป็นปรัชญาที่อ่านง่าย ให้เราได้เปรียบเทียบหากเรามีเป้าหมายที่อยากจะทำอะไรก็ตาม เราจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างโดยการเปรียบเทียบกับการยิงธนู
José Saramago
Fiction · Philosophy
เป็นเล่มแนว dystopia ที่เราชอบมากเล่มนึงตั้งแต่เคยอ่านมา เรานึกไม่ถึงว่าหากคนในสังคมมีแต่คนตาบอด โลกเราจะเป็นอย่างไร ไม่แปลกใจเลยที่นักเขียนได้รางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม
กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ
Fiction · Philosophy · Spirituality · Classic
เป็นเล่มที่หนามากสำหรับเรา รอบแรกอ่านไม่จบ พอรอบสองมาอ่านอีกทีแล้วอ่านจบในรอบนี้ สำหรับเราคิดว่านี่คือหนังสือคลาสสิกที่ควรอ่านซักครั้งในชีวิต เป็นหนังสือที่มีธีมหลายอย่างสอดแทรกผ่านในหลายยุคของ 7 รุ่นของครอบครัวหลัก โดยเฉพาะซักวันเราก็จะถูกลืม และการเขียนที่มี magical realism สอดแทรกด้วย
Georgi Gospodinov
Fiction · History · Philosophy
เป็นหนังสือที่เล่าเรื่องความจำได้น่าสนใจ ความจำจากระดับบุคคลสู่ระดับสังคม ทำให้เราได้เห็นว่าหากบุคคลหรือสังคมหลงลืมความจำไปจะเกิดอะไรขึ้น