เปลือกมนุษย์ เล่ม 4
ถานสือ · แปลโดย catpandy
Fiction · Mystery · Yaoi
กระแสสังคมที่วิพากษ์วิจารณ์เมิ่งเจาเปลี่ยนแปลงหลังรายการสัมภาษณ์โจวหมิงเซิง ซึ่งรายการนี้ถูกจัดขึ้นเป็นพิเศษด้วยความช่วยเหลือของลู่เฉิงเจ่อและผกกสวี ชีวิตเมิ่งเจาดูจะเป็นขาขึ้น ทั้งด้านความสัมพันธ์กับลู่สือเชินที่การกระทำกับความรู้สึกที่ไม่อาจฉุดรั้ง ทำให้เมิ่งเขารู้ดีแก่ใจว่ามันคืออะไร เมิ่งเจายอมรับชีวิตที่มีลู่สือเชินเคียงข้างได้แล้ว การโต้รุ่งสืบคดีก็เหมือนจะมีความสุขขึ้นนิดนึงเมื่อมีที่ปรึกษาลู่ไปด้วย คดีก็คืบหน้าไปทีละก้าว แม้เบาะแสจะถูกอำนาจมืดของอู๋จยาอี้พยายามตัดตอน แต่สุดท้ายเมิ่งเจาก็เหวี่ยงแหไปถึงหลักฐานในมือเหรินจวิ้นอย่างไม่คาดคิดจังหวะนั้นอ่านไปยังอยากตื้บบักเหรินจวิ้นนี่ซักที นี่มันไม่ใช่แค่หัวช้าแล้ว ไอ่หมอนี่มันโง้วจนคันไปหมด เวลาเดียวกัน จู้รุ่ย ลูกชายคนเดียวของจู้เหวินซิ่วที่ขาดการติดต่อไปสิบวันก็เดินทางมาถึงประเทศ เมิ่งเจาจึงไปพบจู้รุ่ยเพื่อสืบหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม จู้รุ่ยให้ความร่วมมืออย่างดี แฉความชั่วร้ายเลวทรามของอู๋จยาอี้ที่เข้ายึดครองธุรกิจอสังหาเหวินติ่งของสกุลจู้ ถึงขั้นลักพาตัวลูกชายคนเดียวของจู้รุ่นเพื่อบังคับให้จู้รุ่ยขายหุ้นทั้งหมดให้อู๋จยาอี้ บีบให้จู้รุ่ยต้องหนีไปอยู่อเมริกาเพื่อความปลอดภัย เมิ่งเจามีหลักฐานในมือก็ออกไปจับตัวอู๋จยาอี้ที่บ้านพักกักบริเวณของเขา กลับพบว่าอู๋จยาอี้ใช้ทางลับหนีไปได้ เมิ่งเจาสิบหาจากล้องวงจรปิดพบว่าอู๋จยาอี้ขับรถหนีไป เมิ่งเจากับลู่สือเชินก็รีบขับรถไล่ตามจนทัน ทั้งที่อู๋จยาอี้พกนักฆ่ามาด้วย มีจิตใจแน่วแน่ที่จะหนีให้รอด แต่ตอนใกล้โดนไล่ทันที่โค้งหักศฮก อุ่จยาอี้กลับไม่หักพวงมาลัย ทำให้รถของเขาพุ่งชนกำแพงอุโมงค์เต็มๆจนเสียชีวิตคาที่ เมิ่งเจาที่ตามล่าคนชั่วอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อให้รับผิดภายใต้กฎหมาย แต่ไอ้ชั่วนั่นดันตายสบายๆหนีความรับผิดชอบไปได้ ร่วมกับหลายจุดในคดียังไมไ่ด้คลี่คลาย อย่างแรก อู๋จยาอี้รู้ได้อย่างไรว่าตำรวจกำลังจะมาจับ และถ้าเขาไม่ได้ตั้งใจชนกำแพงเอง ปัญหาอยู่ที่รถหรือไม่ ยังไม่นับว่าคดีที่ผ่านๆมาก็มีจุดแปลกๆ ฝ่ายอู๋จยาอี้มีแต่พยายามจะทำลายหลักฐานฆ่าปิดปากคนที่รู้ความจริงที่เกี่ยวข้องกับการทำผิดของพ่อลูกอู๋ แล้วใครคือคนที่ตั้งมั่นจะขุดวีรกรรมของสองพ่อลูกอู๋ให้ได้ถึงขั้นสังเวยชีวิตของผู้บริสุทธิ์อย่างโจวเหยี่ยน จ้าวอวิ๋นฮวา หลูหยาง ใครคนนั้นที่เคียดแค้นพ่อลูกแซ่อู๋และน่าจะเคยพยายามเปิดโปงแต่ไร้หลักฐาน จนตรอกถึงขั้นต้องใช้วิธีเลวร้ายขนาดนี้ เมื่อเมิ่งเจาตามเบาะแสเกี่ยวกับการดัดแปลงรถที่ทำให้อุ๋จยาอี้เสียชีวิตไป ก็พบผู้ต้องสงสัยที่เขาไม่อยากเห็นที่สุด กล้องวงจรปิดที่อู่ที่ดัดแปลงรถของอู๋จยาอี้ถ่ายติดลู่สือเชิน ในฐานะตำรวจเขาต้องมีเหตุผลและยุติธรรม หากลู่สือเชินคือผู้ต้องสงสัยเขาต้องสอบสวน หากมีความผิดเขาต้องจับกุม แต่ความรู้สึกส่วนตัว เขาอยากจะเชื่อใจลู่สือเชิน แม้หลายสิ่งที่เมิ่งเจาพบมีแต่ทำให้ลู่สือเชินน่าสงสัยมากขึ้น เมิ่งเจาก็ยังให้โอกาสลู่สือเชินแสดงความบริสุทธิ์ใจ เปิดใจคุยกันตรงๆ ลู่สือเชินไม่ยอมรับไม่ปฏิเสธ เพียงถามเมิ่งเจาว่าเขากำลังถามด้วยฐานะอะไร ถ้าในฐานะตำรวจเขาก็มีสิทธิที่จะไม่ตอบคำถาม เมิ่งเจาที่ถามสื่อว่า ถ้าไม่ใช่ฐานะตำรวจ งั้นฉันถามในฐานะอะไรได้อีก มันขึ้นกับความรู้สึกของนายกับฉันว่าเราคืออะไร เจอคำตอบของลู่สือเชินที่ตอบว่าเขาไม่รู้ แต่เขาต้องการให้ทุกอย่างจบลงแค่นี้ ไม่ว่าเหตุผลของลู่สือเชินคืออะไร มันคงเป็นสิ่งที่บอกตำรวจไมไ่ด้ และบอก'เมิ่งเจา' ไม่ได้ เมิ่งเจาก็ไม่สามารถละทิ้งฐานะตำรวจและเป้าหมายของตัวเองได้ ในเมื่อเป็นอย่างนั้นตัดไฟแต่ต้นลมเสียยังดีกว่า เมิ่งเจาที่แยกจากลู่สือเชิน เพิ่งเคยรู้สึกใจเต้นแรงจนคิดว่าครั้งนี้คงเป็นความรักจริงๆ ก็ได้สัมผัสการอกหักครั้งแรกในชีวิต เมิ่งเจาจึงเดินหน้าสืบผู้ต้องสงสัยที่เป็นไปได้ว่าจะเป็นมือมืดที่ชักใยจัดการพ่อลูกอู๋ ทั้งจู้รุ่ยและลู่สือเชิน จู้รุ่ยน่าสงสัยว่าเคยสมรู้ร่วมคิดกับอู๋จยาอี้ในคดีเหวินติ่งจริง แต่เรื่องคดีโจวเหยี่ยนและกรงนกน่าจะไม่เกี่ยวข้อง ส่วนการสืบเรื่องลู่สือเชิน เมิ่งเจาที่สับสนไปปรึกษากับโจวหมิงเซิงที่เป็นผู้อาวุโสที่พึ่ง โจวหมิงเซิงเล่าอดีตของลู่เฉิงเจ๋อกับลู่สือเชินให้ฟัง ทำให้เมิ่งเจารู้ว่าลู่สือเชินอาจจะมองเขาแตกต่างจากคนอื่นมาตั้งแต่ตอนเกิดเรื่องเมิงเสียงอวี่แล้ว แล้ว MVP ตลอดกาลในนิยายวายเมื่อคู่หลักคสพสั่นคลอนอย่าง'นางรอง' เฉียวอวี้ก็ได้มีซีนซักทีค่ะ อดีตช่วงที่ลู่สือเชินอยู่ต่างประเทศ เวลาโรคซึมเศร้ากำเริบหนักเขาจะแอบกลับมาเมืองเยียนประมาณปีละครั้ง ตอนเมิ่งเจาเรียนวิทยาลัยความมั่นคงนครเยียน เขามักรู้สึกถึงสายตาของใครบางคนที่คอยเฝ้ามอง แต่หลังจากช่วง 2-3 ปีก่อน ลู่สือเชินก็ไม่กลับประเทศมาอีก ตอนนั้นเมิ่งเจามีแฟนสาว และลู่สือเชินก็เคยถามเขาว่าแฟนสาวที่คบตอนเรียนไปไหน กลับมาในประเทศรอบนี้ตั้งแต่ 3-4 เดือนก่อน เฉียวอวี้เคยหาที่พักในย่านที่เจริญกว่านี้ให้ แต่ลู่สือเชินเลือกอวี้หูวาน เลือกห้องเอง ทั้งที่ย่านนี้มีแต่เขตก่อสร้าง แต่ห้องที่ลู่สือเชินเลือก มองลงไปจะเห็นหน้าสถานีตำรวจหมิงถานพอดี ตั้งแต่ 3-4 เดือนก่อน เมิ่งเจาก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่คุ้นเคยจับจ้องอีกครั้ง ถ้าเมิ่งเจาไม่รู้ว่าลู่สือเชินรู้สึกยังไงกับเขาก็ไม่ไหวแล้ว ลู่สือเชินมีความรู้สึก เขาแค่ไม่เข้าใจ ด้านลู่สือเชินที่ปากบอกเลิกเองกลับไปนอนไม่หลับจนอาการอารมณ์แปรปรวนแย่ลง จึงกลับไปยืนส่องเขาใกล้ๆที่ทำงานอีก จนเมิ่งเจาบังเอิญไปพบจึงคิดว่าไหนๆก็เจอแล้ว ไม่ ไหนๆเขาก็อยากเจอ เขาอยากให้ลู่สือเชินเข้าใจ จึงช่วยกระตุ้นให้ลู่สือเชินไปถึงคำตอบเสียที ว่านายชอบฉัน หลังจากลู่สือเชินเปิดใจ เข้าใจความรู้สึกและความเชื่อใจกันระหว่าง'คนรัก' เขาก็ยอมเล่าความจริงที่เคยปิดบัง แม้ไม่พูดตรงๆ แต่เมิ่งเข้าก็เข้าใจแล้วว่าทำไมลู่สือเชินถึงอยากให้เขาไม่สืบไปไกลกว่านี้ เพราะลู่สือเชินที่เหมือนเด็กน้อยผู้ไม่เข้าใจความรู้สึกที่ซับซ้อนอะไร กำลังปกป้องคนคนหนึ่งโดยสัญชาตญาณ ให้คะแนนเล่มนี้ขึ้นเยอะเลยเพราะการเล่นเรื่องความสัมพันธ์ที่มาถึงจุดเปลี่ยน พัฒนาการของลู่สือเชินที่มาถึงจุดที่เข้าใจความรัก แต่แม้ตอนที่เขายังไม่เข้าใจ สมองก็ยังคงวางแผนปกป้องเมิ่งเจานะคะ ไม่ว่าผลที่ออกมาจะดีร้าย แต่ถ้าดูเจตนาแล้ว แผนของลู่สือเชินจะทำให้เมิ่งเจาปลอดภัยที่สุด และด้านคดี หลังจากยื้อซื้อสู้กับอู่จขาอี๋เหมือนหนังมาเฟียไล่ล่าจนไม่ค่อยรู้สึกถึงความซับซ้อนของคดีมาพักนึง ในที่สุดก็กลับไปที่มือมืดที่มาหย่อนปมไว้ตั้งแต่เล่มแรกแต่ไม่เผยตัว ค่อยน่าคิดน่าติดตามหน่อยค่ะ ทำดีค่า