Feed — บ้านนักอ่านนิยาย
16
ความรู้สึกหลังอ่าน🤔 ชวนคิด
Baannakarn · Reader to Reader
พื้นที่ส่งต่อหนังสือดีๆ จากนักอ่านสู่นักอ่าน
เปลือกมนุษย์ เล่ม 4
ถานสือ · แปลโดย catpandy
Fiction · Mystery · Yaoi
★★★★★★★★★★😄🤔
กระแสสังคมที่วิพากษ์วิจารณ์เมิ่งเจาเปลี่ยนแปลงหลังรายการสัมภาษณ์โจวหมิงเซิง ซึ่งรายการนี้ถูกจัดขึ้นเป็นพิเศษด้วยความช่วยเหลือของลู่เฉิงเจ่อและผกกสวี ชีวิตเมิ่งเจาดูจะเป็นขาขึ้น ทั้งด้านความสัมพันธ์กับลู่สือเชินที่การกระทำกับความรู้สึกที่ไม่อาจฉุดรั้ง ทำให้เมิ่งเขารู้ดีแก่ใจว่ามันคืออะไร เมิ่งเจายอมรับชีวิตที่มีลู่สือเชินเคียงข้างได้แล้ว การโต้รุ่งสืบคดีก็เหมือนจะมีความสุขขึ้นนิดนึงเมื่อมีที่ปรึกษาลู่ไปด้วย คดีก็คืบหน้าไปทีละก้าว แม้เบาะแสจะถูกอำนาจมืดของอู๋จยาอี้พยายามตัดตอน แต่สุดท้ายเมิ่งเจาก็เหวี่ยงแหไปถึงหลักฐานในมือเหรินจวิ้นอย่างไม่คาดคิดจังหวะนั้นอ่านไปยังอยากตื้บบักเหรินจวิ้นนี่ซักที นี่มันไม่ใช่แค่หัวช้าแล้ว ไอ่หมอนี่มันโง้วจนคันไปหมด เวลาเดียวกัน จู้รุ่ย ลูกชายคนเดียวของจู้เหวินซิ่วที่ขาดการติดต่อไปสิบวันก็เดินทางมาถึงประเทศ เมิ่งเจาจึงไปพบจู้รุ่ยเพื่อสืบหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม จู้รุ่ยให้ความร่วมมืออย่างดี แฉความชั่วร้ายเลวทรามของอู๋จยาอี้ที่เข้ายึดครองธุรกิจอสังหาเหวินติ่งของสกุลจู้ ถึงขั้นลักพาตัวลูกชายคนเดียวของจู้รุ่นเพื่อบังคับให้จู้รุ่ยขายหุ้นทั้งหมดให้อู๋จยาอี้ บีบให้จู้รุ่ยต้องหนีไปอยู่อเมริกาเพื่อความปลอดภัย เมิ่งเจามีหลักฐานในมือก็ออกไปจับตัวอู๋จยาอี้ที่บ้านพักกักบริเวณของเขา กลับพบว่าอู๋จยาอี้ใช้ทางลับหนีไปได้ เมิ่งเจาสิบหาจากล้องวงจรปิดพบว่าอู๋จยาอี้ขับรถหนีไป เมิ่งเจากับลู่สือเชินก็รีบขับรถไล่ตามจนทัน ทั้งที่อู๋จยาอี้พกนักฆ่ามาด้วย มีจิตใจแน่วแน่ที่จะหนีให้รอด แต่ตอนใกล้โดนไล่ทันที่โค้งหักศฮก อุ่จยาอี้กลับไม่หักพวงมาลัย ทำให้รถของเขาพุ่งชนกำแพงอุโมงค์เต็มๆจนเสียชีวิตคาที่
เมิ่งเจาที่ตามล่าคนชั่วอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อให้รับผิดภายใต้กฎหมาย แต่ไอ้ชั่วนั่นดันตายสบายๆหนีความรับผิดชอบไปได้ ร่วมกับหลายจุดในคดียังไมไ่ด้คลี่คลาย อย่างแรก อู๋จยาอี้รู้ได้อย่างไรว่าตำรวจกำลังจะมาจับ และถ้าเขาไม่ได้ตั้งใจชนกำแพงเอง ปัญหาอยู่ที่รถหรือไม่ ยังไม่นับว่าคดีที่ผ่านๆมาก็มีจุดแปลกๆ ฝ่ายอู๋จยาอี้มีแต่พยายามจะทำลายหลักฐานฆ่าปิดปากคนที่รู้ความจริงที่เกี่ยวข้องกับการทำผิดของพ่อลูกอู๋ แล้วใครคือคนที่ตั้งมั่นจะขุดวีรกรรมของสองพ่อลูกอู๋ให้ได้ถึงขั้นสังเวยชีวิตของผู้บริสุทธิ์อย่างโจวเหยี่ยน จ้าวอวิ๋นฮวา หลูหยาง ใครคนนั้นที่เคียดแค้นพ่อลูกแซ่อู๋และน่าจะเคยพยายามเปิดโปงแต่ไร้หลักฐาน จนตรอกถึงขั้นต้องใช้วิธีเลวร้ายขนาดนี้
เมื่อเมิ่งเจาตามเบาะแสเกี่ยวกับการดัดแปลงรถที่ทำให้อุ๋จยาอี้เสียชีวิตไป ก็พบผู้ต้องสงสัยที่เขาไม่อยากเห็นที่สุด
กล้องวงจรปิดที่อู่ที่ดัดแปลงรถของอู๋จยาอี้ถ่ายติดลู่สือเชิน
ในฐานะตำรวจเขาต้องมีเหตุผลและยุติธรรม หากลู่สือเชินคือผู้ต้องสงสัยเขาต้องสอบสวน หากมีความผิดเขาต้องจับกุม แต่ความรู้สึกส่วนตัว เขาอยากจะเชื่อใจลู่สือเชิน
แม้หลายสิ่งที่เมิ่งเจาพบมีแต่ทำให้ลู่สือเชินน่าสงสัยมากขึ้น เมิ่งเจาก็ยังให้โอกาสลู่สือเชินแสดงความบริสุทธิ์ใจ เปิดใจคุยกันตรงๆ ลู่สือเชินไม่ยอมรับไม่ปฏิเสธ เพียงถามเมิ่งเจาว่าเขากำลังถามด้วยฐานะอะไร ถ้าในฐานะตำรวจเขาก็มีสิทธิที่จะไม่ตอบคำถาม เมิ่งเจาที่ถามสื่อว่า ถ้าไม่ใช่ฐานะตำรวจ งั้นฉันถามในฐานะอะไรได้อีก มันขึ้นกับความรู้สึกของนายกับฉันว่าเราคืออะไร
เจอคำตอบของลู่สือเชินที่ตอบว่าเขาไม่รู้ แต่เขาต้องการให้ทุกอย่างจบลงแค่นี้
ไม่ว่าเหตุผลของลู่สือเชินคืออะไร มันคงเป็นสิ่งที่บอกตำรวจไมไ่ด้ และบอก'เมิ่งเจา' ไม่ได้
เมิ่งเจาก็ไม่สามารถละทิ้งฐานะตำรวจและเป้าหมายของตัวเองได้
ในเมื่อเป็นอย่างนั้นตัดไฟแต่ต้นลมเสียยังดีกว่า
เมิ่งเจาที่แยกจากลู่สือเชิน เพิ่งเคยรู้สึกใจเต้นแรงจนคิดว่าครั้งนี้คงเป็นความรักจริงๆ ก็ได้สัมผัสการอกหักครั้งแรกในชีวิต เมิ่งเจาจึงเดินหน้าสืบผู้ต้องสงสัยที่เป็นไปได้ว่าจะเป็นมือมืดที่ชักใยจัดการพ่อลูกอู๋ ทั้งจู้รุ่ยและลู่สือเชิน จู้รุ่ยน่าสงสัยว่าเคยสมรู้ร่วมคิดกับอู๋จยาอี้ในคดีเหวินติ่งจริง แต่เรื่องคดีโจวเหยี่ยนและกรงนกน่าจะไม่เกี่ยวข้อง ส่วนการสืบเรื่องลู่สือเชิน เมิ่งเจาที่สับสนไปปรึกษากับโจวหมิงเซิงที่เป็นผู้อาวุโสที่พึ่ง โจวหมิงเซิงเล่าอดีตของลู่เฉิงเจ๋อกับลู่สือเชินให้ฟัง ทำให้เมิ่งเจารู้ว่าลู่สือเชินอาจจะมองเขาแตกต่างจากคนอื่นมาตั้งแต่ตอนเกิดเรื่องเมิงเสียงอวี่แล้ว แล้ว MVP ตลอดกาลในนิยายวายเมื่อคู่หลักคสพสั่นคลอนอย่าง'นางรอง' เฉียวอวี้ก็ได้มีซีนซักทีค่ะ
อดีตช่วงที่ลู่สือเชินอยู่ต่างประเทศ เวลาโรคซึมเศร้ากำเริบหนักเขาจะแอบกลับมาเมืองเยียนประมาณปีละครั้ง
ตอนเมิ่งเจาเรียนวิทยาลัยความมั่นคงนครเยียน เขามักรู้สึกถึงสายตาของใครบางคนที่คอยเฝ้ามอง
แต่หลังจากช่วง 2-3 ปีก่อน ลู่สือเชินก็ไม่กลับประเทศมาอีก
ตอนนั้นเมิ่งเจามีแฟนสาว และลู่สือเชินก็เคยถามเขาว่าแฟนสาวที่คบตอนเรียนไปไหน
กลับมาในประเทศรอบนี้ตั้งแต่ 3-4 เดือนก่อน เฉียวอวี้เคยหาที่พักในย่านที่เจริญกว่านี้ให้ แต่ลู่สือเชินเลือกอวี้หูวาน เลือกห้องเอง ทั้งที่ย่านนี้มีแต่เขตก่อสร้าง
แต่ห้องที่ลู่สือเชินเลือก มองลงไปจะเห็นหน้าสถานีตำรวจหมิงถานพอดี
ตั้งแต่ 3-4 เดือนก่อน เมิ่งเจาก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่คุ้นเคยจับจ้องอีกครั้ง
ถ้าเมิ่งเจาไม่รู้ว่าลู่สือเชินรู้สึกยังไงกับเขาก็ไม่ไหวแล้ว ลู่สือเชินมีความรู้สึก เขาแค่ไม่เข้าใจ
ด้านลู่สือเชินที่ปากบอกเลิกเองกลับไปนอนไม่หลับจนอาการอารมณ์แปรปรวนแย่ลง จึงกลับไปยืนส่องเขาใกล้ๆที่ทำงานอีก จนเมิ่งเจาบังเอิญไปพบจึงคิดว่าไหนๆก็เจอแล้ว ไม่ ไหนๆเขาก็อยากเจอ เขาอยากให้ลู่สือเชินเข้าใจ จึงช่วยกระตุ้นให้ลู่สือเชินไปถึงคำตอบเสียที ว่านายชอบฉัน
หลังจากลู่สือเชินเปิดใจ เข้าใจความรู้สึกและความเชื่อใจกันระหว่าง'คนรัก' เขาก็ยอมเล่าความจริงที่เคยปิดบัง แม้ไม่พูดตรงๆ แต่เมิ่งเข้าก็เข้าใจแล้วว่าทำไมลู่สือเชินถึงอยากให้เขาไม่สืบไปไกลกว่านี้
เพราะลู่สือเชินที่เหมือนเด็กน้อยผู้ไม่เข้าใจความรู้สึกที่ซับซ้อนอะไร กำลังปกป้องคนคนหนึ่งโดยสัญชาตญาณ
ให้คะแนนเล่มนี้ขึ้นเยอะเลยเพราะการเล่นเรื่องความสัมพันธ์ที่มาถึงจุดเปลี่ยน พัฒนาการของลู่สือเชินที่มาถึงจุดที่เข้าใจความรัก แต่แม้ตอนที่เขายังไม่เข้าใจ สมองก็ยังคงวางแผนปกป้องเมิ่งเจานะคะ ไม่ว่าผลที่ออกมาจะดีร้าย แต่ถ้าดูเจตนาแล้ว แผนของลู่สือเชินจะทำให้เมิ่งเจาปลอดภัยที่สุด
และด้านคดี หลังจากยื้อซื้อสู้กับอู่จขาอี๋เหมือนหนังมาเฟียไล่ล่าจนไม่ค่อยรู้สึกถึงความซับซ้อนของคดีมาพักนึง ในที่สุดก็กลับไปที่มือมืดที่มาหย่อนปมไว้ตั้งแต่เล่มแรกแต่ไม่เผยตัว ค่อยน่าคิดน่าติดตามหน่อยค่ะ ทำดีค่า
ตรงนี้ขอสืบเองด้วย สปอยคดีล้วนๆ
โจวเหยี่ยน เข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้ได้ยังไง
ตอนเกิดคดีแรงงานเหวินติ่ง เฉินอวี้พ่อของโจวเหยี่ยนตายตั้งแต่โจวเหยี่ยนยังจำความไม่ได้ แม่ของโจวเหยี่ยนก็ไม่น่าบอกอะไรโจวเหยี่ยนแน่ๆ ไม่งั้นโจวเหยี่ยนคงไม่เพิ่งมาสืบหลังแม่ตายไปตั้งนานแล้ว
แต่แม่ของโจวเหยี่ยนน่าจะรู้ข้อมูลหรือมีหลักฐานบางอย่างกับตัว แต่ไม่กล้าเปิดเผยเพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของโจวเหยี่ยน
ทำไมโจวเหยี่ยนถึงเพิ่งมาเริ่มสืบตอนนี้
- มีใครบอกอะไรโจวเหยี่ยนก่อน ไม่น่า โจวเหยี่ยนเป็นคนวงนอกมาตลอด แม่ตายแล้ว นามสกุลก็เปลี่ยน อยู่ดีๆไม่น่าโดนหาตัวเจอเอง
- โจวเหยี่ยนน่าจะสืบเจออะไรบางอย่างเองในบ้านเก่าที่เคยอยู่กับแม่ แม่อาจจะทำช่องลับไว้ในผนังห้องนอนที่เวลาผ่านไปผนังกระเทาะไรงี้ แล้วของในนั้นบ่งบอกว่าอู๋จยาอี้เกี่ยวข้องกับการตายของพ่อเขา และเกี่ยวข้องกับทนายลู่เฉิงเจ่อด้วย ตอนนั้นโจวเหยี่ยนรู้แล้วว่าลู่สือเชินอยู่บ้านตึกเดียวกัน เขาน่าจะหาพรรคพวก'เหยื่อ' ที่จะร่วมมือกันเปิดโปงพ่อลูกอู๋ ถึงนัดพบลู่สือเชิน
- โจวเหยี่ยนต้องรู้จักอู๋จยาอี้ พ่อของอู่เหวยหานที่ถ่ายรูปเขาคู่กับศพจ้าวถงไว้เพื่อปิดปากเขา
- โจวเหยี่ยนน่าจะตั้งใจรื้อคดีของพ่อและของจ้าวถงในรวดเดียว จึงติดต่อหาสวีอิ๋งอิ๋ง คนที่เห็นเหตุการณ์ตอนอู่เหวยหานทำให้จ้าวถงตกดาดฟ้า
- สวีอิ๋งอิ๋งอยู่ในสถานะที่โดนอู่เหวยหานคุมตัว จึงคิดจะใช้โจวเหยี่ยนกับคลิปหลักฐานเป็นเครื่องมือต่อรองกับอู๋เหวยหานให้ปล่อยเธอไป แต่บอกเกาฮุยที่เป็นแฟนก่อนเพื่อให้เป็นแบ็ก ปรากฎเกาฮุยขายสวีอิ๋งอิ๋งให้อู๋เหวยหาน
- สวีอิ๋งอิ๋ง เกาฮุย อู๋เหวยหาน เป็นคนที่มีคลิปหลักฐาน อู่เหวยหานดีลกับเกาฮุยได้ เหลือต้องเก็บสวีอิ๋งอิ๋งกับโจวเหยี่ยน แต่เขาไม่รู้ว่าโจวเหยี่ยนมีหลักฐานอะไรในมือ เลยต้องไปค้นบ้านโจวเหยี่ยนด้วย
- อู่เหวยหานน่าจะสืบเจอได้ไม่ยากว่าแม่บ้านของโจวเหยี่ยนคือจ้าวอวิ้นหวา แม่ของจ้าวถง อู่เหวยหานอาจจะคิดยืมมือจ้าวอวิ๋นหวาฆ่าโจวเหยี่ยนก็ไ้ด้ แล้วค่อยต้อนให้จ้าวอวิ๋นหวาฆตต
- ตอนลู่สือเชินไปหาโจวเหยี่ยนตามนัดก็พบว่าเขาถูกฆ่าตายแล้ว ลู่สือเชินจึงเอาขนหมาไปหย่อนไว้เพราะเขาคิดว่าโจวเหยี่ยนถูกฆ่าปิดปากในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง เพื่อจะได้เอาตัวเองเข้ามานัวในทีมสืบสวนได้ **ตอนนั้น X ไปจากที่เกิดเหตุหรือยัง เพราะดูจากเวลา X เพิ่งเอาศพไปโยนได้ไม่นานลู่สือเชินน่าจะมาเลย = X น่าจะเห็นแล้วว่าลู่สือเชินเจอศพแต่ไม่แจ้งความ = X ควรจะสงสัย/ระแวงมากว่าลู่สือเชินคิดอะไร
- คนที่ติดต่อหลูหยางผ่าน VoIP ให้เผยแพร่บทความ ติดต่อมาจากแอตแลนตา -> อู่จยาอี้อาจจะขู่จู้รุ่ยให้ทำ
- ลู่สือเชินเป็นคนสืบเรื่อง VoIP มาจากต่างประเทศได้
- ลู่สือเชินไปบ้านพักคนชราเพราะระหว่างย้อนความทรงจำ นึกถึงตอนที่ตัวเองปวดหัวที่บ้านพักคนชรา เลยกลับมาสืบหาความจริงว่าอะไรที่ Trigger เขาที่นี่ คือเรื่องย่าที่โดนลักพาตัวไปช่วงลู่หมิงเจ๋อทำคดีเหวินติ่งกับห้องลับใต้ดิน
- ตำรวจดันย้อนไปสืบคดีจ้าวถงที่ถูกทำลายหลักฐานไปแล้ว ได้ข้อมูลมากพอที่จะจับกุมอู๋เหวยหาน หลังเมิ่งเจาไปหาฟ่านปิงปิง ฟ่านปิงปิงน่าจะติดต่อหาคนคนนี้ แล้วเขาถึงใช้ VoIP นั้นส่งเบาะแสเรื่องใบแจ้งผลการเรียนชี้นำให้เมิ่งเจาเห็นเรื่องสวี่อี้หลิน = คนคนนี้ต้องรู้มีอำนาจพอจะใ้ช้ VoIP และรู้เรื่องสวี่อี้หลินหายตัวไป
ใครที่เป็นไปได้: เพื่อนร่วมชั้นของจ้าวถง พยัคฆ์ (เพื่อนในกลุ่มอู๋เหวยหาน) ตำรวจเมืองเหวินเจา
ลู่เฉิงเจ๋อที่ถูกบีบให้ต้องยอมเป็นทนายให้อู๋เหวยหาน ด้วยใจรักคุณธรรมของเขาน่าจะรู้ว่าเรื่องนี้มีอะไร แค่หลักฐานไม่พอมัดตัวอู๋เหวยหาน แต่เขาอาจจะเคยสืบเอง
- หมากต่อไปของอู๋จยาอี้คือรักษาผลประโยชน์ของตระกูล แสดงตัวว่าลูกเลวแต่ฉันบริสุทธิ์ หาทางลดโทษให้อู๋เหวยหาน
คดีหลูหยาง
คนที่ให้ข้อมูลหยางเรื่องหลินหลาง เรื่อง cage และสถานที่ตั้งของกรงนก
- จุดประสงค์น่าจะใช้หลูหยางเป็นช่องทางส่งเบาะแสให้ตำรวจ ไม่ได้ตั้งใจให้หลูหยางตาย เพราะถ้าอยากฆ่าปิดปาก เขาไม่ต้องให้ข้อมูลเรื่องระบบการทำงานของ cage เลยก้ได้ แต่ผิดแผนที่หลูหยางดันลุยเข้ากรงนกคนเดียว
อีกคนที่กาดาวมาตั้งแต่เล่มแรกคือเหรินปิน
เหรินปินเคยเป็นรองหัวหน้าหน่วย คู่หูของหัวหน้าหน่วยคนก่อน น่าจะมีฝีมือพอควร
แต่หลังหัวหน้าหน่วยคนก่อนเสียไป(?) เหรินปินกลับทำงานพลาดบ่อย จนเมิ่งเจาที่มาใหม่ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าแทน
แล้วเหรินปินมีลูกสาวด้วย เป็นไปได้มั้ยว่าลูกสาวคือตัวประกันของเหรินปิน เหรินปินเลยต้องเป็นหนอนบ่อนไส้
เบญจทีรฆันดร
กิตติศักดิ์ คงคา
Mystery
★★★★★★★★★★😲💔🤔
ส่วนตัวชื่นชอบนวนิยายแนวสืบสวน สอบสวนเป็นพิเศษ และชื่นชอบเพชรพระอุมา พอมาเจอเรื่องนี้รู้สึก ‘เติมเต็ม’ มากๆ ทั้งการเล่าเรื่องที่คล้ายเพชรพระอุมา และคดีฆาตกรรมที่เดาไม่ได้ บทสรุปที่หักมุมทำให้รู้สึกถึงฝีมือและมันสมองของนักเขียน คุ้มค่ากับการอ่านมากๆ
ปริศนาสายเลือดต้องห้าม
ยามางูจิ มิโอะ · แปลโดย กิ่งดาว ไตรยสุนันท์
Fiction · Mystery · Drama
★★★★★★★★★★🤔😲อึ้ง
ทาเคดะ นายแพทย์สาขาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ได้รับเคสกู้ภัยนำส่ง พบร่างชายหนุ่มอายุราว 30 ปีในสภาพเปลือยจมน้ำที่ชายหาดนารุมิยะ เมื่อเขาได้เห็นหน้าผู้ป่วยครั้งแรกขณะปั๊มหัวใจก็ตกตะลึงเพราะชายคนนี้เหมือนเขาอย่างกับแฝดแท้ ทาเคดะมั่นใจว่าแม่เขามีลูกคนเดียว แต่ความเหมือนกันยันขนที่ก้นจะเป็นแค่ความบังเอิญได้จริงหรือ ด้วยความวุ่นวายใจพยาบาลเพื่อนร่วมงานชองทาเคดะจึงแนะนำให้ไปปรึกษาอาจารย์คิโนซากิ หมอหนุ่มรูปงามสาขาทางเดินอาหารที่คลี่คลายปริศนาในรพได้บ่อยๆ ทั้งชื่อทั้งวีรกรรมทำให้ทาเคดะรู้ว่า ที่แท้อีกฝ่ายคือคิโนซากิ เพื่อนสมัยมัธยมคนประหลาดผู้ฉลาดหัวไวแต่ไม่เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของคน คู่หูอดีตเพื่อนสนิทจึงต้องกลายเป็นคู่หูนักสืบสายวิทย์ สิ่งที่พวกเขาจะสืบหาความจริง ไม่ใช่รูปคดี แต่สืบว่าชายนิรนามเกี่ยวข้องกับทาเคดะหรือไม่ ในเมื่อพวกเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับชายคนนั้นเลย จึงใช้การพิสูจน์โดยข้อขัดแย้งว่า 'ทาเคดะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับชายคนนั้น' ด้วยการสืบประวัติจากของตัวทาเคดะแทน
จากข้อมูลสถานที่ฝากครรภ์ของคุณแม่ทาเคดะ พวกเขาจึงไปคลินิกอิคุชิมะ รีโปร คลินิกสำหรับผู้มีบุตรยากเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม แต่กลับเข้าไปพัวพันกับคดีฆาตกรรมในห้องปิดตายของผู้ที่น่าจะรู้ความจริงที่เกิดขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ของแม่ทาเคดะ
ธีมเรื่องเป็นเรื่องเกี่ยวกับกฏหมายและจริยธรรมการแพทย์ในการใช้เทคโนโลยีเจริญพันธุ์ ผู้เขียนเรื่องนี้เป็นหมอเลยเขียนเกี่ยวกับการแพทย์ได้สมจริงไม่บ้งเลย ไม่ต้องมีความรู้ทางการแพทย์ก็อ่านรู้เรือง แต่ถ้าอยู่ในสายงานนี้น่าจะอินยิ่งขึ้น
จุดหักมุมคือดีมาก ไม่ได้อยู่ๆก็โผล่มา มีการแอบใส่เบาะแสอย่างแฟร์ๆ ให้คนอ่านแล้วแค่คนอ่านจะเห็นไหม
อีกจุดที่ทำให้ส่วนตัวอินและขำหน่อยๆ คือคิโนซากิทัศนคติและนิสัยเหมือนเราเกินไป เหมือนจนอ่านไปกุมหัวไป
เหมาะสำหรับผู้ชอบอ่านสืบสวนทุกสไตล์ โดยเฉพาะคนที่ชอบประเด็นถกเถียงเชิงจริยธรรมหรือดราม่าสีเทา สนุกมาก อ่านเบรกแตก ขึ้นหิ้งไปเลย
*ถัดจากนี้มีสปอย*
วันที่ทั้งหลายในสมุด ANC มันไม่ไปด้วยกัน 1 เดือนครึ่งที่เกินมาจะเกิดจากอะไรในคลินิก IVF ก็จะมีเฉลยในเรื่องที่ช่วยคอนเฟิมความจริงที่ 1 ของเรื่องได้ตั้งแต่ทาเคดะยังไม่พิสูจน์
ในระหว่างที่คู่หูกำลังดิสคัสกัน เราก็คิดว่าโอกาสที่จะมีการแบ่งตัวของบลาสโตไซต์มันมีได้อยู่แล้ว เพราะงั้นแฝดเกิดขึ้นได้จริง ที่คิดถัดมาจากนั้นเลยคือกี่คน คิดตั้งแต่ช่วงครึ่งเรื่องแล้ว
ผ่านไปอีกพักใหญ่ ในช่วงที่คิโนซากิผู้รับบทนักสืบเริ่มตัน ก็ได้ข้อมูลที่ทาเคดะไปคุยกับนากางาวะ วลีแสงวาบในหัวคิโนซากิ แล้วนางที่น่าจะคิดออกแล้วก็เริ่มความคิดไหลพรวดๆ แล้วอมพะนำไป เราพยายามตีความว่าสิ่งที่พูดมันเกี่ยวกับอะไร ตัวเลขนี้มันทำไม แล้วคิดว่าคิโนซากิที่รู้สึกว่าเหมือนตัวเองเหลือเกินจะคิดถึงอะไรเป็นอย่างแรก ก็มีคำตอบลอยขึ้นมาอันแรก เหมือนหัวระเบิดตู้มเลยค่ะ พีคมาก นอกจากจริงแล้ว 'มัน' คือใครก็พีคสุดๆ แต่การคิดต่อยอดหลังจากเข้าใจตัวเลขนั้นแล้วไม่ยากมากค่ะ ถ้ามีสิ่งน่าสงสัยเกิดขึ้นในวันที่เกิดเหตุก็ต้องมีคนสังเกตเห็นแล้ว การที่ไม่มีใครสังเกตเลยก็เพราะว่ามันดูเป็นเรื่องปกติเหลือเกินสำหรับคนที่อยู่ตรงนั้น
ก้ได้คำตอบแล้วส่วนใหญ่แล้ว
ส่วนการไขคดีฆาตกรรม ขอสารภาพว่าจริงๆก็เป็นทริกไม่ใหญ่ แต่ ณ ตอนนั้นไม่มีกะจิตกะใจนั่งคิดละเอียดแล้ว เพราะดันไปอ๋อกับคำตอบข้างบนนี้ค่ะ
สตอรีของทาเคดะกับชินยะ ตรงสายงานเราแบบเต็มๆ การเลี้ยงดูและความรักมีผลต่อเด็กตลอดชีวิตไม่เกินจริง และเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้พ่อแม่มีลูกอย่างฝืนธรรมชาติ ถึงขั้นเรียกได้ว่าใช้ช่องโหว่ของกฎหมาย พ่อแม่ได้ประโยชน์ แต่เด็กถูกละเมิดสิทธิในการรับรู้ข้อมูลที่สำคัญต่อตลอดชีวิตพวกเขารึเปล่า เป็นหัวข้อที่น่าสนใจมาก การที่ยกผลกระทบของประเด็นขึ้นมาเขียนก็คือประทับใจในความกล้า และอาจารย์พาเรื่องไปสู่ตอนจบได้ดีมากๆ อาจจะไม่ใช่ตสิ่งที่ถูกที่สุด แต่มอบความสงบสุขต่อทุกคนที่สุด สามารถพาเรื่องที่เดินด้วยตรรกะสายแข็งมาจบแบบที่ดูเป็นมนุษย์ที่สุดได้ ต้องคารวะเลยจริงๆค่ะ
คืนฝนลวง
มิจิโอะ ชูสุเกะ · แปลโดย จันทิมา ทะคิโมะโตะ
Fiction · Mystery
★★★★★★★★★★😲🤔
เร็น ชายหนุ่มอายุ 19 อาศัยอยู่กับคาเอเดะ น้องสาวนักเรียนม.ต้นอายุ 14 และมุตสึโอะ พ่อเลี้ยงที่เพิ่งแต่งงานกับแม่ของพวกเขาได้ไม่นานแม่ก็ด่วนจากไปจากอุบัติเหตุ ความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ประดักประเดิดนำไปสู่ปัญหา เร็นต้องทิ้งเส้นทางเรียนต่อมาทำงานร้านสะดวกซื้อเพื่อหาเงินส่งน้องสาวเรียน ในวันที่พายุฝนโหมกระหน่ำ เร็นกลับบ้านมาพบคาเอเดะกำลังเช็ดรอยเปื้อนบนกระโปรง และคาเอเดะบอกว่ารอยเปื้อนนั้นเกิดขึ้นในบ้าน ราวงกับในพายุฝนมีมังกรซุ่มซ่อนจ้องมอง มังกรที่ตามตำนานว่ากันว่าถือกำเนิดจากความแค้น ความโกรธแค้นต่อพ่อเลี้ยงทำให้ให้เร็นตัดสินใจจะฆ่าพ่อเลี้ยงเพื่อปกป้องน้องสาว วิธีที่เขาลงมือโอกาสสำเร็จต่ำมากแต่ถ้าสำเร็จจะดูเหมือนเป็นอุบัติเหตุ แล้วพวกเขาสองพี่น้องก็จะหลุดจากนรกในบ้าน การลงมือท่ามกลางพายุฝนพร่ามัวที่บดบังความจริงได้นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เกินกว่าเร็นจะคาดคิด
ตัวคดีกับสไตล์ของนักเขียนที่อาจมีผลต่อการอ่านและสปอย จะใส่ * ไว้ก่อนถึงและจะเอาไว้พูดถึงทีหลัง
ที่พูดได้แบบไม่สปอยคือ เป็นสืบสวนแบบเมืองวุ่นคนวาย เรื่องร้ายๆมักไม่มาเดี่ยวและไม่ได้เกิดกับคนคนเดียว ธีมเรื่องคือปัญหาครอบครัวค่ะ บ้านโซเอคิดะมีพ่อเลี้ยงเฮงซวยกับลูกเลี้ยงวัยรุ่นชายหญิงที่ไม่สนิทกัน บ้านมิโซตะมีแม่เลี้ยงวัยสาวที่ถูกสองพี่น้องต่อต้านเพราะคิดว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของแม่ด้วยเหตุผลบางอย่าง บ้านโซเอคิดะดูเผินๆก็ปัญหาที่ดูตรงไปตรงมาน่าอึดอัดใจ บ้านมิโซตะยังดูมีอะไรให้เพ่งเล็งใช่มั้ยคะ พออ่านไปแล้วจะต้องได้อึ้งซักทีสองทีเป็นอย่างน้อยค่ะ
ใครชอบท้าทายสู้มือกับนักเขียนสายหลอกคนอ่านเน้นๆ ทรงแบบไม่ใช่สืบสวนคลาสสิก เรื่องนี้ควรอ่านค่ะ อาจจะหายากหน่อยเพราะสนพปิดตัวไปนานแล้ว แต่ถ้าหาได้คือคุ้มค่าแน่นอนค่ะ
*ตรงนี้ไม่สปอยเนื้อเรื่องโดยตรง วิเคราะห์สไตล์การเล่าเรื่องและทริกของนักเขียนเฉยๆ"
อ.มิจิโอะเป็นคนที่มีสไตล์ในการเล่าเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์มากค่ะ ถ้าให้นิยามด้วยภาษาของเรา คือ ฝนตกขี้หมูไหล คนอะไรมาเจอกัน + ตาบอดคลำช้าง ค่ะ คือคดีของอ.จะไม่ใช่แค่ A เก็บ B เพราะโลกนี้ก็ไม่ได้มีแค่สองเรา คนแต่ละคนล้วนมีสัมพันธ์กับคนอื่น คนที่มีอะไรคล้ายกันก็จะถูกดึงดูดเข้าหากัน ทุกความสัมพันธ์มีผลต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ประมาณนั้นค่ะ การเล่าเรื่องของอ.เลยเป็นแบบ เล่าผ่านมุมมองของคนแต่ละคนในวังวนนี้ ซึ่งทุกคนล้วนเหมือนตาบอดคลำช้าง คนเราเห็นแค่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า ร่วมกับอคติบังตาหรือเจตนาจะปิดบัง ก็ยิ่งมองไม่เห็นความจริงทั้งหมด และเราในฐานะนักอ่านที่อ่านเรื่องราวของเหล่า'คนตาบอด' อีกที ถ้าเผลอไหลตามฟังความข้างเดียวเมื่อไหร่ ก็เตรียมโดนหลอกได้เลยค่ะ เนื่องจากเราอ่านงานของอ.มิจิโอะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 2 แล้ว รอบนี้เราเลยอ่านแบบตั้งป้อมระแวงทุกหน้า ทริกอย่างหนึ่งที่อ.ชอบใช้คือ 'ของคู่เหมือน' ค่ะ ถ้าเจออะไรเล็กๆน้อยๆ แต่หาคู่เหมือนของคล้ายในเรื่องต้องจhองไว้ดีๆ แล้วลองคิดในมุมที่ต่างจากตัวละครเล่าจะเจอความจริงค่ะ อีกอย่างคือคนที่ไม่ค่อยเล่าอะไรในเรื่อง ถ้าไม่ใช่เขาไม่รู้ ก็คือเขาไม่อยากเล่า จงเพ่งมองคนพวกนี้ไว้
อันนี้มีสปอยเรื่องค่ะ
คนที่เราเพ่งเล็งมากในเรื่องนี้คือคาเอเดะค่ะ สิ่งที่เธอเล่า ไม่ได้อธิบายสิ่งที่เกิดกับเธอได้ทั้งหมด เธอมีอะไรปิดบังไว้ที่โดนฉาบหน้าด้วย'หัวข้ออ่อนไหว ไม่อยากพูดถึง' เธอนี่แหละมีพื้นที่ให้ซุกความลับที่ใหญ่ที่สุด
ส่วนจุดที่ทำให้เราหันหัวไปถูกทางจริงๆคือจดหมายขู่ค่ะ
คีย์สำหรับเราคือ ของที่คนเราจะรู้สึกคุ้นตา มักจะเป็นของที่เราได้เห็นบ่อย หรือได้เห็นไม่นานนี้ ไม่ใช่ของที่เห็นแค่ครั้งเดียว
กับเนื้อหาการขู่ มันไม่สอดคล้องกับ mindset ของคนที่คนในเรื่องคิดว่าใช่ค่ะ
พอคิดแบบนี้ ก็มีคนน่าสงสัยอีกคนโผล่ขึ้นมาทันทีเลยค่ะ
เราไมไ่ด้โดนหลอกเรื่องคดีที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเท่าไหร่
แต่ที่หลอกเราได้แบบเต็มๆคือเรื่องในอดีตค่ะ เรื่องที่คนดูแลสุสานเล่าคืออึ้งที่สุด รองลงไปคือความจริงในวิดีโอของบ้านมิโซตะ นั่นก็เหวอแรงเช่นกัน