แสนชัง (4 เล่มจบ)
寒女 / หานหนี่ว์
Fiction · Drama
นิยายจีนที่คนไทยแต่ง นางเอกแก้แค้นสะใจสุด ๆ มีเนื้อหาชาติก่อน ๆ ของนางเอกที่เป็นปมของนิยาย นางเอกน่าสงสารมาก
Baannakarn · Reader to Reader
พื้นที่ส่งต่อหนังสือดีๆ จากนักอ่านสู่นักอ่าน
寒女 / หานหนี่ว์
Fiction · Drama
นิยายจีนที่คนไทยแต่ง นางเอกแก้แค้นสะใจสุด ๆ มีเนื้อหาชาติก่อน ๆ ของนางเอกที่เป็นปมของนิยาย นางเอกน่าสงสารมาก
Memoirs of a Geisha เล่าชีวิตของ ชิโยะ (Chiyo) เด็กหญิงจากครอบครัวชาวประมงยากจนในโยโรอิโดะ ก่อนถูกขายและส่งเข้าสู่โอกิยะในย่านกิอง เมืองเกียวโต ที่นั่นเธอต้องทำงานรับใช้และเผชิญการกลั่นแกล้งจาก ฮัตสุโมโมะ (Hatsumomo) เกอิชาผู้เลื่องชื่อแต่หวาดกลัวการถูกคนรุ่นใหม่แย่งตำแหน่ง จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อชิโยะพบ ท่านประธาน (Chairman Iwamura) บนสะพาน เขาแสดงความเมตตาต่อเธอและซื้อน้ำแข็งไสราดเชอร์รี่ให้ เหตุการณ์สั้น ๆ กลายเป็นความหวังที่ทำให้ชิโยะตั้งเป้าว่าสักวันจะเข้าสู่โลกของท่านประธานให้ได้ ต่อมา มาเมฮะ (Mameha) เกอิชาชื่อดังรับชิโยะเป็นน้องสาวและฝึกฝนเธอ ชิโยะได้รับชื่อใหม่ว่า ซายูริ (Sayuri) และค่อย ๆ กลายเป็นเกอิชาที่มีชื่อเสียง ชีวิตของเธอเต็มไปด้วยการแข่งขัน การต่อรองอำนาจ การแสวงหาผู้อุปถัมภ์ และความสัมพันธ์อันซับซ้อนกับท่านประธานและ โนบุ (Nobu) สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำลายโลกเก่าของกิอง ซายูริต้องหยุดชีวิตเกอิชาและเอาตัวรอดจากความยากลำบาก ก่อนกลับเข้าสู่กิองหลังสงคราม ในท้ายที่สุดเธอได้รู้ว่าท่านประธานรับรู้และมีส่วนอยู่เบื้องหลังเส้นทางชีวิตของเธอมานาน ความรักที่เธอยึดถือมาตั้งแต่วัยเด็กจึงได้รับคำตอบ แม้โลกของเกอิชาที่เธอเคยรู้จักจะเปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันย้อนกลับ ประเด็นสำคัญในการวิเคราะห์ ผู้หญิงภายใต้ปิตาธิปไตยและระบบทุนนิยม โลกเกอิชาในนิยายเป็นพื้นที่ที่ความงาม วัยสาว ความสามารถ และร่างกายของผู้หญิงมี “มูลค่า” ผู้หญิงต้องแข่งขันเพื่อชื่อเสียง ลูกค้า และผู้อุปถัมภ์ จึงเกิดสภาวะที่ผู้หญิงไม่ได้ถูกกดทับโดยผู้ชายเท่านั้น แต่ระบบยังผลักให้ผู้หญิงแข่งขันและทำร้ายกันเอง ฮัตสุโมโมะจึงไม่ควรถูกมองเพียงว่าเป็น “ตัวร้าย” แต่เป็นผู้หญิงที่รู้ว่าความงามของตนมีวันหมดอายุ เธอกลัวการถูกแทนที่และต่อต้านระบบด้วยความโกรธ ความต้องการ และ sexual agency ขณะที่ซายูริเลือกปรับตัวและเรียนรู้กฎของระบบเพื่อเอาชีวิตรอด ท้ายที่สุดฮัตสุโมโมะสูญเสียการควบคุม ดื่มหนัก ก่อเรื่อง และถูกขับออกจากโอกิยะ หลังจากนั้นชีวิตของเธอค่อย ๆ หายออกไปจากเรื่อง จุดจบของเธอจึงสะท้อนการร่วงโรยของความงามและสถานะในโลกที่ให้คุณค่าผู้หญิงตามความสาวและความปรารถนาของผู้อื่น Orientalism และการมองหญิงตะวันออก นวนิยายสามารถอ่านผ่านแนวคิด Orientalism ของ Edward Said ได้ เพราะเรื่องราวของหญิงญี่ปุ่นถูกสร้างขึ้นโดยนักเขียนชายชาวอเมริกัน โลกเกอิชาจึงถูกนำเสนอด้วยความลึกลับ เย้ายวน แปลกใหม่ และ exotic ซึ่งอาจตอบสนองจินตนาการของโลกตะวันตกเกี่ยวกับ “หญิงตะวันออก” จึงเกิดคำถามสำคัญว่า ใครมีสิทธิ์เป็นผู้เล่าเรื่องของหญิงตะวันออก? และเสียงของผู้หญิงที่อยู่ในวัฒนธรรมนั้นเองถูกได้ยินมากน้อยเพียงใด สัญลักษณ์สำคัญ น้ำ ซายูริถูกเปรียบเป็น “ธาตุน้ำ” น้ำจึงหมายถึงความอ่อนโยนที่มีพลัง การปรับตัว การไม่มีรูปร่างตายตัว และอัตลักษณ์ที่เปลี่ยนไปตามสถานการณ์ เธอไม่ได้เอาชนะโลกด้วยการปะทะ แต่ด้วยการ “ไหล” ผ่านมัน เช่นเดียวกับที่เธอต้องเปลี่ยนชื่อ บุคลิก น้ำเสียง สีหน้า และ persona ตามโลกเกอิชา น้ำยังเชื่อมกับฝน ทะเล น้ำตา และความทรงจำ ทำให้ชีวิตของเธอเหมือนกระแสที่ไหลย้อนกลับผ่านการเล่าเรื่อง ดวงตาสีฟ้า ดวงตาของชิโยะทำให้เธอเป็น “Other” ทั้งดึงดูดและทำให้แปลกแยก มันเป็นทั้งเสน่ห์ คำสาป ทุนทางความงาม และสิ่งที่ทำให้เธอถูกจ้องมองและประเมินค่า ความแตกต่างของดวงตายังสามารถเชื่อมกับ exoticism และสายตาตะวันตกที่มองหญิงญี่ปุ่นเป็นสิ่งแปลกใหม่ สะพาน สถานที่พบกับท่านประธานเป็น Liminal Space หรือพื้นที่กึ่งกลาง สะพานเชื่อมวัยเด็กกับวัยสาว ชาวประมงกับเกอิชา คนชายขอบกับโลกแห่งอำนาจ การข้ามสะพานจึงเปรียบเหมือนการข้ามจากชีวิตหนึ่งไปสู่อีกชีวิตหนึ่ง น้ำแข็งไสราดเชอร์รี่ สีแดงเชื่อมกับเลือด การเข้าสู่วัยสาว และความปรารถนา ส่วนน้ำแข็งละลายง่าย จึงสะท้อนวัยเยาว์ ความงาม และชีวิตเกอิชาที่งดงามแต่ไม่ยั่งยืน กลิ่นคาวปลา คำดูถูกของฮัตสุโมโมะเชื่อมชิโยะกับชนบท ความจน และชนชั้นแรงงาน อีกด้านหนึ่ง “คาว” สามารถอ่านเชื่อมกับร่างกายหญิง เลือด และเพศสภาพ กลิ่นยังเป็นสิ่งที่ลบยาก จึงเหมือนอดีตและรากเหง้าที่ติดตามซายูริแม้เธอจะสร้างตัวตนใหม่แล้ว หน้าขาว กระจก และการแต่งหน้า ใบหน้าเกอิชาเป็น “หน้ากาก” ที่สร้าง persona ขึ้นมาทับตัวตนจริง กระจกจึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือมองตัวเอง แต่เป็นพื้นที่ฝึกการมองตัวเองผ่านสายตาสังคม—ต้องรู้ว่าจะยิ้ม เดิน หัวเราะ และแสดงอารมณ์อย่างไร โลกเกอิชาจึงสัมพันธ์กับ performance และ male gaze ปลาไหลและถ้ำ อุปมาทางเพศในเรื่องสามารถอ่านเป็นภาพของ Sexual Economy ปลาไหลแทนแรงขับทางเพศชาย ส่วนถ้ำกลายเป็นพื้นที่หญิงที่ถูกครอบครอง ตีราคา และแลกเปลี่ยน จึงเชื่อมกับประเด็นการทำให้ร่างกายหญิงกลายเป็นทุน กิโมโนและเส้นผม กิโมโนไม่ได้เป็นเพียงเสื้อผ้า แต่บ่งบอกสถานะ มูลค่าทางเศรษฐกิจ และตัวตนทางสังคม ส่วนทรงผมของไมโกะเป็นทั้งความงามและภาระ ร่างกายหญิงจึงถูกฝึก ควบคุม และจัดวางเพื่อสายตาของผู้อื่น ซูโม่ ซูโม่แทนอำนาจชาย ความแข็งแรง และการปะทะตรง ๆ ตรงข้ามกับโลกเกอิชาที่ใช้อำนาจแบบอ้อม จิตวิทยา เสน่ห์ และ soft power เทคนิค Hatakikomi จึงสามารถอ่านเป็นการใช้จุดอ่อนหรือแรงของฝ่ายตรงข้ามเพื่อพลิกสถานการณ์ เช่นเดียวกับวิธีเอาตัวรอดของซายูริ ฝน ฝนเชื่อมกับความสูญเสีย ความเปลี่ยนแปลง ความโดดเดี่ยว และความไม่เที่ยง เป็นธรรมชาติที่ช่วยสร้างบรรยากาศเศร้าสงบของเรื่อง บ้านชาวประมงกับเกียวโต โยโรอิโดะแทนวัยเด็ก ธรรมชาติ ความเรียบง่าย และโลกก่อนทุน ส่วนเกียวโตคือการแข่งขัน การซื้อขาย ภาพลักษณ์ และสถานะ ชีวิตซายูริจึงเป็นการเดินทางจาก “โลกธรรมชาติ” สู่ “โลกของตลาด” การเปลี่ยนชื่อ Chiyo → Sayuri เป็นการตายเชิงสัญลักษณ์ของตัวตนเดิมและการถือกำเนิดของ persona ใหม่ “ซายูริ” เป็นทั้งชื่อทางอาชีพ ภาพฝัน และตัวตนที่สร้างขึ้นเพื่อสังคม จึงเกิดคำถามว่าเมื่อชีวิตผ่านไปแล้ว “ชิโยะ” ยังเหลืออยู่ภายในเธอมากน้อยเพียงใด ประตูและโอกิยะ การล็อกประตูและควบคุมผู้หญิงทำให้โอกิยะมีความหมายซ้อนกันทั้ง “บ้าน” “ตลาด” และ “คุก” เพราะผู้หญิงได้รับการดูแลพร้อมกับถูกควบคุมในฐานะทรัพยากรทางเศรษฐกิจ ท่านประธาน เขาไม่ได้เป็นเพียงคนรัก แต่เป็นความหวัง พ่อในอุดมคติ ทางออก และภาพฝัน ซายูริจึงอาจรักทั้ง “ตัวเขา” และความหมายที่เขามีต่อเด็กหญิงผู้หมดหวังในวันนั้น Mizuage และข้อถกเถียงเรื่องความจริง ในนิยาย Mizuage (水揚げ) ถูกนำเสนอเป็นการประมูลสิทธิในการเป็นชายคนแรกของไมโกะ โดยพรหมจรรย์ของซายูริถูกตีราคาและเปลี่ยนเป็นทุน นี่ทำให้พิธีดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ชัดเจนของการบรรจบกันระหว่างเพศ เงิน อำนาจ และชนชั้น อย่างไรก็ตาม จุดนี้เป็นข้อถกเถียงสำคัญ เพราะประวัติศาสตร์ของคำว่า mizuage และธรรมเนียมในย่านบันเทิงต่าง ๆ ซับซ้อนกว่าที่นิยายนำเสนอ การเชื่อม mizuage กับเพศเคยปรากฏในบางบริบท แต่ไม่ควรเหมารวมว่าเกอิชาทุกแห่งมี “พิธีประมูลพรหมจรรย์” แบบซายูริ และเกอิชาไม่ใช่โสเภณีโดยนิยาม อาชีพหลักเกี่ยวข้องกับการแสดง ดนตรี รำ การสนทนา และการต้อนรับ อดีตเกอิชา Mineko Iwasaki ซึ่ง Arthur Golden เคยสัมภาษณ์ วิจารณ์หนังสืออย่างรุนแรง โดยเฉพาะภาพที่ทำให้ผู้อ่านตะวันตกเชื่อมเกอิชากับการขายบริการทางเพศ เธอยังไม่พอใจที่ Golden เปิดเผยชื่อเธอในกิตติกรรมประกาศ ทั้งที่เธอเข้าใจว่าการให้ข้อมูลจะเป็นความลับ ต่อมาเกิดข้อพิพาททางกฎหมายและยุติด้วยการตกลงกันนอกศาล Iwasaki จึงเขียนบันทึกชีวิตของตนเองเพื่อเล่าโลกเกอิชาจากมุมของผู้หญิงที่เคยอยู่ในระบบจริง กรณีนี้จึงน่าสนใจในเชิง postcolonial เพราะกลายเป็นคำถามเรื่อง voice และ representation — ใครกำลังเล่าเรื่องของใคร ปรัชญาและสุนทรียศาสตร์ญี่ปุ่นที่เชื่อมโยงกับเรื่อง Mono no Aware (もののあはれ) — ความสะเทือนใจต่อความงามของสิ่งที่ไม่ยั่งยืน วัยสาว ความรัก ฤดูกาล และโลกเกอิชางดงามเพราะรู้ว่ามันกำลังจะจากไป Mujō (無常) — อนิจจัง ทุกอย่างเปลี่ยนแปลง ชิโยะกลายเป็นซายูริ ความจนกลายเป็นชื่อเสียง ความสาวกลายเป็นความแก่ และญี่ปุ่นก่อนสงครามกลายเป็นญี่ปุ่นยุคใหม่ Wabi-Sabi (侘寂) — ความงามของความไม่สมบูรณ์ ความเก่า ความเงียบ ความเรียบง่าย และความร่วงโรย Iki (粋) — เสน่ห์ที่สุขุม มีชั้นเชิง และไม่เปิดเผยทั้งหมด เช่น ต้นคอ ท่าทาง พัด การพูดอ้อม และการเว้นจังหวะ ซึ่งสัมพันธ์กับ soft power ของเกอิชา Enryo (遠慮) — การยับยั้งตนและไม่พูดทุกอย่างออกมาตรง ๆ ซายูริเก็บความรู้สึกและเล่นตามบทบาททางสังคม ตรงข้ามกับฮัตสุโมโมะที่แสดงอารมณ์ออกมาตรง ๆ Gaman (我慢) — ความอดทนต่อความยากลำบากเพื่อดำเนินชีวิตต่อ การฝึกหนัก การควบคุมร่างกาย และการต้องยิ้มทั้งที่เจ็บปวดล้วนสะท้อนแนวคิดนี้ Tatemae / Honne (建前 / 本音) — ตัวตนที่แสดงต่อสังคมกับความรู้สึกจริงภายใน เป็นหัวใจของโลกเกอิชาและเชื่อมกับหน้ากาก กระจก persona และการมองชีวิตเป็นโรงละคร Ma (間) — ความหมายของช่องว่าง ความเงียบ สายตา ระยะห่าง และสิ่งที่ไม่ถูกพูดออกมา Kintsugi (金継ぎ) — แม้ไม่ได้เป็น motif โดยตรงของนิยาย แต่สามารถใช้อ่านชีวิตซายูริเชิงเปรียบเทียบได้ เธอผ่านการสูญเสียและแตกสลาย ก่อนประกอบตัวเองขึ้นใหม่จากบาดแผล Yūgen (幽玄) — ความงามลึก ลึกลับ และไม่เปิดเผยทั้งหมด สอดคล้องกับเสน่ห์ของเกอิชาที่เกิดจากสิ่งซึ่งถูกปิดบังพอ ๆ กับสิ่งที่เปิดเผย Shikata ga nai (仕方がない) — “มันช่วยไม่ได้” หรือการยอมรับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ผู้หญิงจำนวนมากในเรื่องจึงเลือกปรับตัวและอยู่รอดภายในระบบแทนการปฏิวัติมัน Ukiyo (浮世) — “โลกที่ล่องลอย” โลกแห่งความงาม ความบันเทิง ความรักและความสุขชั่วคราว เป็นแนวคิดที่เข้ากับโลกเกอิชามากที่สุดอย่างหนึ่ง ความสาว ชื่อเสียง ลูกค้า ความรัก และฤดูกาลล้วนมาแล้วจากไป หาก Mujō คือสัจธรรมว่า “ทุกอย่างไม่เที่ยง” Ukiyo คือโลกที่ดำรงอยู่ภายใต้ความไม่เที่ยงนั้น และ Mono no Aware คือความรู้สึกเศร้างามเมื่อมนุษย์ตระหนักถึงมัน เกอิชาในอดีตและปัจจุบัน เกอิชาในอดีตอยู่ใกล้โลกของนักธุรกิจ นักการเมือง และชนชั้นนำ มีระบบโอกิยะ การอุปถัมภ์และเครือข่ายทางสังคมที่เข้มข้น ผู้หญิงบางคนเข้าสู่อาชีพตั้งแต่อายุน้อยและมีเสรีภาพในการกำหนดชีวิตจำกัด ปัจจุบันผู้เข้าสู่อาชีพโดยทั่วไปเลือกเส้นทางนี้ด้วยตนเองมากขึ้น และภาพลักษณ์ของ geiko/maiko เน้นการเป็นผู้สืบทอดศิลปวัฒนธรรม เช่น การรำ ดนตรีชามิเซ็ง มารยาทและศิลปะการต้อนรับ ระบบการประมูลพรหมจรรย์แบบในนิยายไม่ใช่ธรรมเนียมของโลกเกอิชาปัจจุบัน ขณะที่ระบบ danna แบบเก่าก็ลดความสำคัญลงมาก สรุปความหมายของเรื่อง Memoirs of a Geisha จึงอ่านได้มากกว่าเรื่องรักของหญิงสาวกับท่านประธาน แต่เป็นเรื่องของการสร้างตัวตนเพื่อเอาชีวิตรอด ในโลกที่ความเป็นหญิง ความงาม ร่างกาย ชนชั้น เงิน และอำนาจเกี่ยวพันกันตลอดเวลา โลกเกอิชาเปรียบเสมือน โรงละครขนาดใหญ่ ทุกคนแสดงบทบาท สวมหน้ากาก ซ่อนความรู้สึก และต่อรองอำนาจ ขณะที่ซายูริเองค่อย ๆ เปลี่ยนจากชิโยะเป็น persona ที่สังคมต้องการ จนเกิดคำถามว่าตัวตนเดิมของเธอยังหลงเหลืออยู่เพียงใด หากสรุปแก่นของเรื่องผ่านปรัชญาญี่ปุ่น อาจกล่าวได้ว่า: “Memoirs of a Geisha คือเรื่องของความงามที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อดำรงอยู่ในโลกที่ไม่มีสิ่งใดดำรงอยู่ตลอดไป” ความรัก ความสาว ชื่อเสียง ความงาม โลกเกอิชา และแม้แต่ตัวตนของซายูริล้วนไหลผ่านไปเหมือนน้ำ—งดงาม เปราะบาง ลวงตา และไม่อาจยึดไว้ได้ตลอดกาล
เฟยเทียนเย่เสียง · แปลโดย ใบไม้แดง
Fiction
[TW วาย, ไม่เข้าโคม] นิยายวายจีนแนวการเมือง ช่วงราชวงศ์จิ้นเสื่อมอำนาจ สี่แคว้นใหญ่เหลียง อิ่ง เจิ้ง ไต้เฝ้ารอวันที่สายเลือดสุดท้ายของโอรสสวรรค์สกุลจีจะตายจากเพื่อขึ้นเป็นเจ้าแผ่นดินโดยชอบธรรม พวกเขาไม่เกรงกลัวโอรสสวรรค์แต่ยังมีแคว้นยงที่อยู่นอกด่านทางเหนือ ยงอ่องคือคนสกุลจือ อดีตตระกูลแม่ทัพของสกุลจีที่ทรยศยกตนเป็นเจ้าแดนเหนือ สกุลจือปราบอนารยชนแดนเหนือปกครองเป็นหนึ่งและชิงด่านอวี้ปี้กวานไปได้ เหล่าผู้นำสี่แคว้นจึงจัดประชุมพันธมิตรเพื่อรับมือกับกับแคว้นยง แต่กลับกลายเป็นวันเพลงพิณก้องใต้หล้า เกิ่งยวนคือมือสังหารของสกุลจือที่แฝงอยู่ข้างตัวเหลียงอ๋องปี้เจี๋ยถึง 7 ปี ผู้ใช้กระบี่ดำปลิดชีพตัวแทนแคว้นทั้งสี่ ภารกิจอันยิ่งใหญ่เพื่อแคว้นยงทำให้เกิ่งยวนเหลือเพียงชื่อในฐานะมือสังหารแห่งใต้หล้า ทำให้อำนาจของสี่แคว้นเสียสมดุล นำไปสู่ไฟสงครามทั่วแผ่นดินเสินหนง หนี้เลือดของคนนับแสนทำให้ผู้คนโกรธแค้นสาปแช่ง ทว่าพวกเขาไม่รู้ว่าเกิ่งยวนมีทายาทสืบสายเลือด... ตั้งแต่จำความได้ โลกของเจียงเหิงคือคฤหาสน์สกุลเจียง มีเพียงเจาฮูหยิน มารดาผู้เจ็บป่วยดุร้าย กับท่านยายเว่ยที่เป็นใบ้ ตั้งแต่มารดาพบว่าเขามีความสามารถผ่านตาไม่ลืม มารดาก็เคี่ยวกรำให้เขาอ่านตำราไม่ให้สัมผัสสิ่งอื่น จนเมื่อเขาอายุ 7 ปี ขอทานน้อยเกิ่งสู่มาเยือนบ้านเขา ในมือเกิ่งสู่ตคือกระบี่ดำและจี้หยกครึ่งเสี้ยวที่มารดาเห็นก็โกรธจนแทบเสียสติ เจียงเหิงไม่ใช่คนโง่ เมื่อจับความมาปะติดปะต่อกันก็รู้ว่าเกิ่งสู่คือพี่ชายต่างมารดาของเขา และบิดาเขาคือเกิ่งยวน โลกปิดตายของเจียงเหิงค่อยๆเปลี่ยนไป จนถึงวันที่ทหารแคว้นอิ่งตีเมืองสวินตงแตก เจียงเหิงจึงได้เห็นโลกกว้างครั้งแรก โลกที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายของสงคราม ขณะที่เจียงเจา มารดาของเจียงเหิง ยอดฝีมือผู้ครอบครองกระบี่จันทร์เวหากับสหายมือสังหารเซี่ยงโจวออกไปลอบสังหารแม่ทัพอิ่งเพื่อปกป้องเมืองสวินตง บ้านสกุลเจียงกลับถูกชาวบ้านผู้ละโมบลอบวางเพลิง เจียงเจาก็มีศักดิ์ศรี ทำคุณบูชาโทษคือคนโง่ ทำร้ายบ้านข้าลูกข้าแล้วยังกล้าใช้ของเหลือมาตอบแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิต ข้าไม่ขอลดเกียรติตกลงด้วย แม่ลูกสกุลเจียงที่’สิ้นเนื้อประดาตัว’ จึงร่อนเร่สู่ลั่วหยาง ต่อมาเจียงเจาที่อาการป่วยกำเริบไม่สามารถร่วมทางได้ จำต้องแยกจากสองพี่น้องไปรักษาตัวกับหมอเทวดาที่แคว้นเยวี่ย สองพี่น้องเดินทางไปลั่วหยางเพื่อหาที่พึ่งจากสหายเก่าของเจียงเจาคือโอรสสวรรค์ผู้ไร้อำนาจจีสวิน ชีวิตที่พลิกคว่ำหน้ามือเป็นหลังมือ จากหนึ่งคุณชายกับหนึ่งลูกนักฆ่า ต้องตกเข้าสู่วังวนของอำนาจและสงคราม ถ้าจะนับว่าองค์แรกคือบทนำ ก็คงจะประมาณนี้ค่ะ ขึ้นชื่อว่าอ.เฟยเทียนเย่เสียง ไม่เคยทำให้ผิดหวังกับแนวชิงบัลลังก์สุดเข้มข้น แซ่บกระจาย ขมไม่คาย กลืนน้ำตาก็ต้องอ่านต่อ ฟันฝ่าไปกับเหล่าตัวละครเพื่อไปถึงความสุขที่คาดหวัง ถึงแม้ส่วนใหญ่จะเป็นเช่นนั้น แต่อ.ก็เคยทำให้เราผิดคาดเช่นกัน ต้องบอกว่าไม่ไว้วางใจค่ะ เจ็บแล้วจำคือเรา แต่เห็นงานเขาก็หยิบมาอ่านอยู่ดีก็คือเราค่ะ 555 ถ้าใครชอบอ่านแนวชิงบัลลังก์เข้มๆ รับได้กับความวาย(ไม่เข้าโคม) ก็ขอผายมือเชิญค่ะ ของดีที่ควรเปิดใจ *หลังจากตรงนี้คือสรุปเล่ม 1+หวีด+มีสปอย* เจียงเหิงกลายป็นเจ้ากรมอาลักษณ์ที่อายุน้อยที่สุดของลั่วหยาง เกิ่งสู่ได้เป็นทหารองครักษ์เพื่อปกป้องเจียงเหิงและโอรสสวรรค์ สามปีผ่านไปเกิ่งสู่เริ่มเป็นเด็กหนุ่ม แต่เจียงเหิงยังเป็นเด็กชายตัวน้อย ทั้งยังรูปงาม ผิวขาว ตัวบาง เกิ่งสู่เริ่มเกิดความรู้สึกแปลกๆแถมกระบองน้อยยังอึดอัดอยากระบาย ขณะที่เขาพยายามเอ็นดูน้องชายอย่างที่ควรเป็น ลูบหัวไล้ผมเหิงเอ๋อร์ เจ้าเด็กดันตอบแทนด้วยการลูบหัวล่างเขาเล่น ให้ตายเถอะ! ขณะที่เกิ่งสู่ก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกแปลกใหม่นี้คืออะไร ก็บังเอิญไปเห็นจ้าวเจี๋ยกับจีสวินรบกันอยู่ในคลังอาวุธ เกิ่งสู่ดูเบิกเนตร แต่เจียงเหิงคือ กระบองแม่ทัพใหญ่มาก เขาทรยศแทงจีสวิน ชวยดวย 555 ความสงบที่ผ่านมาเป็นเพียงความสงบก่อนพายุ สุดท้ายสี่แคว้นใหญ่ก็บุกลั่วหยางเพื่อชิงตัวจีสวินเป็นป้ายเบิกทางขึ้นเป็นกษัตริย์ จีสวินและจ้าวเจี๋ยรู้ว่าเหลือเพียงคนทางเดียวที่จะยั้งไม่ให้แผ่นดินสิ้นเพราะสงครามใหญ่ คืออย่าให้มีผู้ชนะ แต่เจียงเหิงกับเกิ่งสู่ยังมีทางรอด พวกเขาคือผู้ที่จีสวินเลือกจะฝากความหวังสุดท้ายไว้ จึงมอบลัญจกรทองคำ หลักฐานของอำนาจโอรสสวรรค์ให้เจียงเหิง เมื่อถึงวันที่พบคนที่เหมาะสม จงเป็นตัวแทนของข้า มอบฐานะโอรสสวรรค์ให้แก่คนผู้นั้น ส่วนเกิ่งสู่สิ่งสำคัญมีเพียงเหิงเอ่อร์ แผนการที่วางไว้เพื่อจะพาเหิงเอ๋อร์หนี กลับผิดพลาด ทำให้เกิ่งสู่ถล่มหิมะฝังกลบเจียงเหิงไปพร้อมทหารศัตรุนับแสนด้วยมือตนเอง เจียงเหิงไม่รอด เกิ่งสู่ก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ หันลูกศรแทงอกตัวเองเพื่อปลิดชีพ ฉากนี้เราแทบทุบโต๊ะ แค่คุยแผนกันดีๆไม่ได้ ถ้าเจียงเหิงรู้แผนถล่มหิมะคงไม่ผิดแผนแบบนี้ ส่วนฉากสุดท้ายในวังลั่วหยางนั่นอ่านไปใจโหวงไปหมด อย่างน้อยก็ได้ไปด้วยกันอย่างมีศักดิ์ศรี กุ่ยเซียนเซิงกับหลัวเซวียนมาถึงช้าไป เซี่ยงโจวพลีชีพปกป้องเจียงเหิงจากหิมะถล่มไว้ได้ กุ่ยเซียนเซิงพาเจียงเหิงขึ้นเขาชางซานที่ตั้งของสำนักเสวียนอู่ ที่นั่นเจียงเหิงฟื้นขึ้นมาก็ต้องรับความโกรธเกลียดของหลัวเซวียน เพราะเซี่ยงโจวสละชีวิตเพื่อเขา เจียงเหิงยืนอยู่ได้เพราะความหวังเสี้ยวเล็กๆไว้ว่าเกิ่งสู่จะยังมีชีวิตอยู่ จนกว่าจะได้เห็นกับตา จนกว่าจะไม่มีโอกาสให้ตามหาอีก และเขายังต้องทำหน้าที่ที่จีสวินมอบให้ หาผู้ที่จะรวมแผ่นดินเป็นหนึ่ง คืนความสงบสู่ใต้หล้า เราแอบคิดว่าเถ้ากระดูกที่หลัวเซวียนเอามาให้น่าจะเพื่อปลุกสติเจียงเหิง อาจจะเป็นของเซี่ยงโจว เพราะคนอื่นเขาคงไม่ลดตัวไปเผากระดูกเอาไปลอยอังคารให้ กระบี่ดำที่หย่อนลงทะเลสาบพร้อมลัญจกรทองคำ ก็ไม่ใช่เพราะสิ้นหวัง แต่เพื่อปล่อยวางความยึดติด หากเขาหาผู้ที่ควรเป็นเจ้าของมันเจอค่อยกลับมางม หากไม่ ทะเลสาบบนเขาชางซานก็เหมาะกับการหลับไหล เหตุการณ์ลั่วหยางแตก ทั้งสี่แคว้นใหญ่และแคว้นยงล้วนเสียหายไม่น้อยและถอยทัพ เกิ่งสู่ที่รอดชีวิตรอดชีวิตถูกจับเป็นเชลย เกิ่งสู่เองก็กอดความหวังว่าเจียงเหิงจะรอดชีวิต จึงคิดจะหลบหนีออกจากค่ายทัพยง แต่บังเอิญพบจือฉงเปิดช่องว่าง เกิ่งสู่จึงทุ่มสุดตัวคิดจะเด็ดหัวหน้าศัตรู แต่ประสบการณ์ก็ยังไม่สู้จือฉง ดวงตาและวิชาที่คุ้นตาทำให้จือฉงนึกออกว่าเกิ่งสู่คือลูกชายเกิ่งยว จือฉงจึงรับเกิ่งสู่เป็นบุตรบุญธรรมทดแทนคุณเกิ่งยวน ให้เกิ่งสู่ครองหยกหยินเป็นว่าที่แม่ทัพ หยกหยางสืบทอดให้แก่ไท่จื่อหลง หวังให้'สองพี่น้อง' นำมาสกุลจือและแคว้นยงปกครองใต้หล้า 5 ปีผ่านไป เจียงเหิงสำเร็จวิชาสำนักเสวียนอู่ ครอบครองกระบี่ร้อยรัดดรรชนี แบกรับชะตากรรมยิ่งใหญ่ที่จีสวินฝากไว้เดินทางไปพบคนที่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของโอรสสวรรค์คนต่อไปคือไท่จือหลิงแห่งแคว้นเจิ้ง ทว่าไท่จื่อหลิงเมื่อทราบว่า'หลงเหิง'เป็น'มือสังหาร'จากสำนักเสวียนอู่ กลับใช้ชีวิตคนลี้ภัยสงครามกว่าแสนคนเป็นเงื่อนไขแลกเปลี่ยนกับภารกิจลอบสังหารจือฉง เกิ่งสู่กลายเป็นองค์ชายจื่อเหมี่ยว องค์ชายแห่งแคว้นยงผู้เก่งกาจเชี่ยวชาญการรบ นำพาไท่จื่อหลงออกรบลงใต้เพื่อเข้ายึดครองชัยภูมิในแผ่นดินเสินหนงครั้งแรกที่เมืองซื่อเซียน เมืองที่เป็นพื้นที่ปกครองของสกุลจี ไม่เคยขึ้นกับแคว้นใดมาก่อน เกิ่งสู่นำทัพเข้าสู่เมืองซื่อเซี่ยนอย่างราบรื่นเกินไป เพราะเจ้าเมืองเปิดประตูตอนรับ'ท่านแม่ทัพม้า' เข้าเมือง เบื้องหลังการเล่นหมากรุกของเจ้าเมืองกับเกิ่งสู่ ถ่ายทอดวิธีการอยู่เป็นในสงครามของเมืองซงเซี่ยน เตือนสติเกิ่งสู่ไม่ให้บุ่มบ่ามชิงเมือง และปกป้องประชาชนในเมืองได้ในเวลาเดียวกัน กิ่งสู่จึงไม่สามารถยึดเมืองยึดคนซงเซี่ยนได้ ก็ได้แต่พาทัพยงตีลั่วหยาง สองพี่น้องจือหลงตจือเหมี่ยวลำพองเกืนไป พวกในด่านเป็นปัญญาชนรู้จักวางแผน เบื้องหน้าแคว้นเจิ้งแคว้นเหลียงไม่ถูกกันแต่สองแคว้นนี้กลับร่วมมือกันวางกองทัพแยกกันที่ช่องแคบเขาหลิงซาน ตัดกองทัพเสริมแคว้นยง เกิ่งสู่เองยังเคยใช้กลยุทธ์นี้ฝังเจียงเหิงจมหิมะกับมือแท้ๆ กลับพลาดท่าแบบเดียวกัน จิตใจที่ฝืนตอบแทนสกุลจือผู้มีพระคุณช่วยชีวิตออกรบให้ ไม่ได้จุดประกายไฟของชีวิตให้เกิ่งสู่ เขายังคงอยู่แต่เหมือนตายไปนานแล้ว แผนจัดการจือฉงของไท่จื่อหลิงกับหลัวเหิง เป้าหมายแท้จริงคือการลอบสังหารจือฉง เจียงเหิงอาจจะได้พลีชีพตามรอยบิดา ไท่จื่อหลิงก็พยายามชดเชยให้เจียงเหิงอย่างมากที่สุดเท่าที่เขามอบให้ได้ หากหญิงงามชายใดก็ไม่ต้องใจท่าน ตัวข้าไท่จื่อหลิงก็ยินดีมอบความสุขสมให้ท่านด้วยตัวเอง ดิฉันสัมผัสได้ว่ามีคนจะเนียนค่ะ ไท่จื่อหลิงนั่นแหละถูกใจหลัวเซียนเซิงคนงามผู้ใสบริสุทธิ์เองหรือเปล่าคะ! จบเล่ม 1 ไว้ที่ฉากหวาดเสียวแท้ ความสัมพันธ์ของตัวละครก็เริ่มเยอะ และเริ่มทำให้ต่อมนักสืบของเราทำงานแล้ว ขอแยกทดไว้ก่อน - แม่ทัพจือสถาปนาตัวเองเป็นเจ้าแคว้นยง เกี่ยวดองกับสกุลเจียง(น่าจะจากแคว้นเยวี่ย ซึ่งไม่ได้อยู่ใน 4 แคว้นใหญ่ที่ตีกันไปมา) เจียงไทเฮาเป็นมารดาของจือหลางที่เสียไปแล้ว จือฉง องค์หญิงจือหลิง ส่วนเจียงเจากับเจียงฉิง เป็นหลานที่เป็นญาติห่างๆในสกุลเจียงของเจียงไทเฮา เจียงฉิงแต่งกับจือหลาง จือหลางป่วยตายตอนอายุ 27 เจียงฉิงตรอมใจตายตาม สองคนเคยมีบุตรชื่อจือเหวินแต่เล่ากันว่าตายตั้งแต่เด็ก (ไม่มียืนยันชัดเจน) **จือเหวินคือเจียงเหิงรึเปล่า *ลูกของน้องสาว อาจจะเกี่ยวข้องกับการเมืองในแคว้นยง เจียงเจาย่อมปกป้องและช่วยปิดฐานะ *เซี่ยงโจวบอกว่าเจียงเหิงหน้าเหมือนเจียงฉิงมากกว่า และเจียงเจาจงใจปิดบังเรื่องเจียงฉิง ลำดับเวลาที่ดูแปลกๆ ต้องเรียงดีๆ คือ เกิ่งยวนรับภารกิจลอบสังหารจากใคร ตาบอดตั้งแต่เมื่อไหร่ เกิ่งยวนเป็นพ่อของเจียงเหิงจริงๆหรือ (เนี่ยซีไม่เคยเห็นตาของเกิ่งยวน เจียงเจาเคยเห็น=เกิ่งยวนกับเจียงเจาต้องรู้จักกันมาก่อนเนี่ยซีจะมาเป็นสาวใช้ของเจียงเจา) - 9+ ปี เกิ่งยวนได้รับภารกิจลอบสังหารจากจือหลาง(หรือจือฉง) แล้วแทงตาตัวเองจนบอดก่อนจะไป ก่อนจากไป เขาสู่ขอเจียงเจาตัดหน้าจือฉง และคนสกุลจือตกลง แสดงว่านี่คือการชดเชยที่สกุลจือมีต่อเกิ่งยวน เพราะรู้ว่าภารกิจนี้เกิ่งยวนจะไปตาย *เกิ่งยวนแทงตาตัวเองเพื่ออะไร 1) เพื่อลดความระแวงของเหลียงอ๋อง นักดีดพิณตาบอดจะเป็นอันตรายอะไรได้ 2) ดวงตาของเกิ่งยวนโดดเด่นมาก อาจมีคนเห็นแล้วจำได้ว่าเขาคือมือสังหาร - ดังนั้นควรเริ่มด้วย เกิ่งยวน เจียงเจา และเนี่ยซี สาวใช้ที่ถูกเลือกให้ติดตามเจียงเจา เดินทางสู่แคว้นเหลียง - 9 ปีก่อน เกิ่งยวนทำให้เนี่ยชี สาวใช้ของเจียงเจาตั้งครรภ์เกิ่งสู่ เจียงเจาไม่เคยรู้มาก่อน แปลว่า 9 ปีก่อนเจียงเจาต้องแยกจากเกิ่งยวนและเนี่ยซีไป ไปทำอะไร? - 8 ปีก่อน จือฉงที่ชอบเจียงเจาแต่แห้ว แต่งงานกับธิดาชนเผ่าเฟิงหรง มีลูกคือจือหลง - 7 ปีก่อน = ปีที่เจียงเหิงเกิด จือหลางป่วยตาย เจียงฉิงตรอมใจตายตาม ภรรยาของจือฉงป่วยตาย เกิ่งยวนลอบสังหารสำเร็จ *แล้วจือเหวินที่เสียชีวิตตั้งแต่ยังเล็กตายเมื่อไหร่ ตายยังไง? เจียงเหิงอาจจะเป็นลูกเกิ่งยวนกับเจียงเจาจริง หรืออาจจะเป็นจือเหวินก็ได้ - เจียงเจามีปมในใจเรื่องเจียงฉิง ว่าเธอไม่น่าตัดสินใจแยกจากกัน คือเรื่องอะไร *ถ้าเจียงเหิงเป็นลูกเจียงฉิงจริง 7-9 ปีก่อน เจียงเจากับเกิ่งยวนรู้ว่าจือฉงจะชิงบัลลังก์จือหลาง เจียงฉิงก็จะตกอยู่ในอันตรายด้วย เจียงเจาอาจจะตัดสินใจแยกไปช่วยจือหลางกับเจียงฉิง ฉากหน้าประกาศว่าจือหลางป่วยตาย เจียงฉิงตรอมใจตายตาม (ก็ควรจะเป็นช่วง 7 ปีก่อน) แต่ที่จริงจือหลางกับเจียงฉิงอาจจะรอด และมีลูกคือเจียงเหิง ข้อค้านใหญ่ของทฤษฎีนี้คือ ถ้าเกิดเรื่องตั้งแต่ก่อนเจียงเหิงเกิด ก็ไม่ควรมีตัวตนของ 'จือเหวิน' หรือถ้าจะมีอีกแบบให้พีคเข้าไปใหญ่ คือเจียงเหิงไม่ได้อายุ 7 ปีพวกเจียงเจาจงใจบอกอายุให้น้อยกว่าความจริง เพื่อให้สวมบท 'บุตรของเกิ่งยวนกับเจียงเจา' ได้เนียนขึ้น จุดที่ติดใจสุดๆก็คือมีแต่คนบอกว่าเจียงเหิงเหมือนเจียงฉิง กับเคยมี 'จือเหวิน' นี่แหละ มันดูมีอะไรค่ะ
เยว่เซี่ยเตี๋ยอิ่ง · แปลโดย ซานซาน
Fiction · Drama · Romance
เกี่ยวกับวงการบันเทิง มีความดราม่าของปมวัยเด็กของนางเอก สะท้อนสังคมได้ดี ความรักของพระนางอบอุ่น พระเอกเหมือนเป็นแสงสว่างในชีวิตให้นางเอก
อักษราภัค
Fiction · Drama
เหมาะกับคนที่อยากอ่านนิยายดราม่าปวดตับ หนักด้านปมครอบครัว ถูกใจสายดราม่าแต่จบสุขนิยม
มนต์มาลย์
Fiction · Drama
สนุกมากจริง เหมาะกับสายดราม่าแต่ต้องการจบแบบสุขนิยม น้ำตาไหลท่วม อ่านกี่รอบก็สนุก บรรยายดีมาก